วันแรก สนามบินสุวรรณภูมิ – ดูไบ  
22.00 น. พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 9 แถว T สายการบินเอมิเรตส์ (EK) พบเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับพร้อมอำนวยความสะดวก

วันที่สอง ดูไบ - ซาเกร็บ – ซาดาร์ 
01.35 น. ออกเดินทางสู่ เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK385 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
04.45 น. แวะเปลี่ยนเครื่องที่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
08.30 น. ออกเดินทางสู่เมือง ซาเกร็บ ประเทศโครเอเชีย โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK129 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)
12.35 น. เดินทางถึง ซาเกร็บ ประเทศโครเอเชีย ผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้วออกเดินทางไปยัง ซาดาร์ (Zadar) โดยรถโค้ช ซาดาร์ (Zadar) หนึ่งในเมืองโบราณของสโลวีเนีย อยู่ติดกับทะเลเอเดรียติก โดยรอบตัวเมืองเราจะได้เห็นอาคารบ้านเรือนเก่าแก่ตั้งแต่สมัยยุคโรมัน
เย็น รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านสู่ที่พัก  ณ Bedbank Amadria Park หรือระดับเดียวกัน


วันที่สาม ซาดาร์ – สปลิต – ดูบรอฟนิก 
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม หลังจากนั้นเที่ยวชมเมือง ซาดาร์ ไม่ว่าจะเป็นโรมันฟอรัม วิหาร โบสถ์ต่างๆ และคณะเราก็ไม่พลาดไปเที่ยวชมในตัวเมือง ไม่ว่าจะเป็น มหาวิหารเซนต์อนาสตาเซีย (St. Anastasia’s Cathedral) หรืออีกชื่อคือ มหาวิหารแห่งซาดาร์ (Zadar Cathedral) โบสถ์โบราณสีขาวที่สวยสง่าด้วยศิลปะสไตล์โรมัน โบสถ์นี้สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 12-13 และเป็นโบสถ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้ แล้วแวะไปถ่ายรูปกับอีกหนึ่งโบสถ์เด่นที่อยู่ใกล้ๆ กันเลยก็คือ โ บสถ์เซนต์แมรี่ (St. Mary’s Church) แม้จะเป็นอาคารที่ดูจะเรียบๆ เมื่อเทียบกับสิ่งก่อสร้างอื่นๆ แต่โบสถ์เซนต์แมรี่นั้นล้ำค่าในด้านของประวัติศาสตร์ ด้วยอายุที่มากกว่า 900 ปี และที่ด้านในโบสถ์นั้นก็ได้ตกแต่งด้วยสไตล์บารอกที่งดงามไม่แพ้โบสถ์อื่นๆ เลย หลังจากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ สปลิต (Split) 
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร เดินเล่นและแวะถ่ายรูปกับวิวสวยๆ ของเมือง สปลิต เมืองใหญ่อันดับ 2 ของโครเอเชีย อีกหนึ่งเมืองริมทะเลที่ร่ำรวยด้วยวิวสวยๆ ด้วยความเก่าแก่ของเมืองและศูนย์กลางวัฒนธรรมมาตั้งแต่โบราณนั้น ทำให้เมืองสปลิตได้ขึ้นเป็นหนึ่งในมรดกโลกที่สำคัญในปี 1979 จุดเช็คอินแวะถ่ายรูปสวยๆ ของกรุ๊ปเราในครั้งนี้คือ พระราชวังดิโอคลีเชียน (Diocletian Palace) พระราชวังโบราณที่สร้างขึ้นตามรับสั่งของจักรพรรดิโรมัน ดิโอคลีเชียน ในช่วงศตวรรษที่ 4 เป็นพระราชวังทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่ริมทะเล เป็นสิ่งก่อสร้างตั้งแต่ยุคโรมันที่ยังคงสภาพไว้ได้ดีมากที่สุดแห่งหนึ่ง มหาวิหารเซนต์ดอมนิอุส (Cathedral of Saint Domnius) โดดเด่นด้วยหอระฆังสีขาวที่สูงเด่นที่สุดในเมืองสปลิตแห่งนี้ โบสถ์สวยอายุกว่า 1600 ปีแห่งนี้เป็นหนึ่งในโบสถ์ของศาสนาคริสต์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก 
เย็น รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก  ณ Hotel Katarina หรือระดับเดียวกัน


วันที่สี่ ดูบรอฟนิก – เมืองเก่าดูบรอฟนิก – Srd Hill
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองดูบรอฟนิก เมืองศูนย์กลางการท่าโบราณ ที่กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวชื่อดังของโครเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นตัวเมืองสวยมากเสน่ห์และวิวทะเล 
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร นำท่านชม ย่านเมืองเก่า ที่น่าดึงดูดด้วยความงามที่มีมาตั้งแต่โบราณของเมือง แถมด้วยการได้การันตีเป็นมรดกโลกแล้วทำให้เมืองดูบรอฟนิกไม่ควรพลาดเลยเมื่อมาเที่ยวโครเอเชีย  ภายในบริเวณเมืองเก่านั้นมีไฮไลท์มากมายที่เราก็ไม่พลาดชม ไม่ว่าจะเป็น พระราชวังสปอนซา (Sponza Palace) พระราชวังเก่าอายุกว่า 500 ปี ผสมผสานระหว่างศิลปะสไตล์โกธิคและเรเนสซองส์ ปัจจุบันเป็นสถานที่ทางราชการ เก็บรักษาเอกสารเก่าแก่กว่า 100,000 ชิ้น และที่ตั้งอยู่ติดกันก็คืออีก พระราชวังเรคเตอร์ (Rector’s Palace) เป็นพระราชวังที่สมัยก่อนเป็นที่อยู่ของขุนนางและเป็นเหมือนศาลาว่าการ ทั้งยังเป็นคลังอาวุธ และคุก พระราชวังนี้มีการผสมผสานศิลปะจากหลายยุคหลายสมัยแต่เข้ากันได้อย่างลงตัวและสวยงาม และแวะไปอีกหนึ่งแลนด์มาร์กของเมือง น้ำพุโอโนฟริโอ (Onofrio’s Fountain) น้ำพุขนาดใหญ่กลางเมืองที่ได้สร้างขึ้นเมือปี 1430 เพื่อเป็นหนึ่งในจุดกระจายน้ำจากท่อส่งน้ำของเมือง  นั่งกระเช้าสู่ Hill Srd เนินเขาเหนือเมืองดูบรอฟนิกที่เราจะได้ชมวิวสวยๆ ของเมืองแบบเต็มที่จากมุมสูง แล้วก็ได้เวลาที่หลายๆ คนรอคอย อิสระช้อปปิ้ง ที่สามารถเดินช้อปปิ้งได้อย่างจุใจไปกับร้านค้ามากมายตามซอกซอยมากมายของเมือง 
เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก  ณ Grand Hotel Park หรือระดับเดียวกัน 


วันที่ห้า ดูบรอฟนิก – ซิเบนิก – โวดิเซ่ 
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม เดินทางจากเมืองดูบรอฟนิกไปยังจุดหมายถัดไป ซิเบนิก (Sibenik) เมืองโบราณริมทะเลมากประวัติศาสตร์ และเป็นเมืองของชาวโครเอเชียริมฝั่งทะเลที่เก่าแก่ที่สุด พร้อมด้วยบรรยากาศริมทะเลชิลล์ๆ แสนเชิญชวน ภายในเมืองที่ตั้งของมรดกโลก นำท่านเที่ยวชมย่านเมืองเก่าบริเวณ จัตุรัสเมืองเก่า ศูนย์กลางย่านเมืองเก่าที่รายล้อมไปด้วยอาคารเก่าแก่ และมากมายไปด้วยร้านค้าร้านอาหาร แต่ก็ยังได้บรรยากาศของย่านเมืองเก่าอย่างครบถ้วน มหาวิหารแห่งเซนต์เจมส์ (Cathedral of Saint James) ตัวอาคารสีขาวหลังใหญ่นี้ได้ถูกสร้างขึ้นจากหินปูนทั้งหลัง แล้วออกแบบอย่างดีในสไตล์เรอเนสซองส์และโกธิค โดดเด่นด้วยโดมสีขาวและรูปปั้นที่ตกแต่งอยู่โดยรอบตัวโบสถ์ 
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร นำท่านเดินทางสู่ เขตอุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ ผ่านชมธรรมชาติและความงามของทิวทัศน์สองข้างทางที่รายล้อมด้วยป่าเขาสลับ ทุ่งหญ้า ฟาร์มเกษตรที่อุดมสมบูรณ์ ถท่านทางเข้าสู่ อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ ที่ตั้งอยู่ใจกลางของ อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ เป็นอุทยานแห่งชาติ ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO เมื่อปี 1979 อุทยานแห่งนี้มีเนื้อที่กว่า 29,482 เฮคเตอร์ พื้นที่ส่วนใหญ่ปกคลุมด้วยน้ำมีทะเลสาบสีเขียวมรกตและสีฟ้า รวมกันถึง 16 ทะเลสาบ เชื่อมต่อกันด้วยทางเดินสะพานไม้ลัดเลาะระหว่างทะเลสาบและเนินเขา
เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Hotel Mirjana Rastoke หรือระดับเดียวกัน


วันที่หก พลิตวิเซ่ – อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ – ซาเกร็บ 
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมจากนั้นเข้าชม อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ (Plitvice Lakes National Park) อุทยานแห่งชาติแสนงดงามของประเทศโครเอเชีย ยังเป็นหนึ่งในอุทยานที่เก่าแก่ที่สุดและใหญ่ที่สุดของโครเอเชียด้วยพื้นที่กว้างถึง 296.85 ตารางกิโลเมตร อุทยานแห่งนี้มีชื่อเสียงที่โด่งดังและสวยงามด้วยธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และทะเลสาบที่อยู่โดยรอบ ปัจจุบันมีทะเลสาบรวมแล้วถึง 16 แห่งกระจายอยู่โดยรอบอุทยาน นอกจากนี้อุทยานพลิตวิเซ่ยังเป็นที่เลื่องชื่อลือชาว่าทัศนียภาพสวยงามเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ด้วยสีสันอันสดใสของใบไม้ไม่ว่าจะเป็นสีเขียว ส้ม แดง เหลือง และโดยเฉพาะเมื่อสะท้อนลงบนผิวทะเลสาบแล้วยิ่งงดงามอย่างที่สุด อุทยานพลิตวิเซ่ยังได้ขึ้นเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติที่สำคัญในปี 1979 และถือเป็นเขตอนุรักษ์ที่สำคัญยิ่งของโครเอเชีย แล้วนำท่าน ล่องเรือ เพื่อชมวิวสวยๆ ของทะเลสาบกว้าง Jezero Kozjak ทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่ที่สุดภายในอุทยานพลิตวิเซ่  
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร ออกเดินทางสู่ ซาเกรบ (Zagreb) ที่มีฐานะเป็นทั้งเมืองหลวงและเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโครเอเชีย ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ เป็นเมืองเก่าแก่ตั้งแต่ยุคโรมันก่อนจะค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันเป็นเมืองศูนย์กลางการท่องเที่ยวของโครเอเชีย ด้วยเสน่ห์ที่มากล้น มุ่งหน้าสู่จัตุรัสดังในเขตเมืองเก่าที่ต้องไปพลาดไปเยี่ยมเยือนก็คือ จัตุรัสเจลาซิค (Jelacic Square) ศูนย์กลางเมืองเก่าตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 จุดเด่นของจัตุรัสแห่งนี้ก็คือรูปปั้นของโจเซฟ เจลาซิค ที่นั่งอยู่บนหลังม้า หนึ่งในบุคคลสำคัญของโครเอเชีย ในเขตเมืองเก่านี้เองที่เราจะได้เห็นโบสถ์ประจำเมือง มหาวิหารซาเกรบ (Zagreb Cathedral) หนึ่งในแลนด์มาร์กของเมือง สูงเด่นด้วยหอคอยที่สูงถึง 108 เมตร จัดเป็นหอคอยที่สูงที่สุดของโครเอเชียเลยทีเดียว ตัววิหารสร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อศตวรรษที่ 13 ในสไตล์นีโอโกธิค งดงามและประณีตไม่แพ้มหาวิหารที่ไหน   
เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Hotel Aritos หรือระดับเดียวกัน


วันที่เจ็ด สะพานสีเลือด – จัตุรัสเซนต์มาร์ค
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านเที่ยวชมภายในเมืองซาเกรบ มุ่งหน้าสู่ สะพานสีเลือด (Bloody Bridge) แม้จะเรียกว่าสะพานแต่จริงๆ สถานที่แห่งนี้คือถนนสายหนึ่ง ที่เมื่อสมัยก่อนเคยเป็นสะพานแต่เมื่อได้ทำการถมที่หมดแล้วจึงได้เปลี่ยนเป็นเส้นทางถนนแทน แต่ก็ยังคงชื่อว่า สะพานสีเลือด เอาไว้อยู่ ถนนสายสั้นๆ ที่ขนาบข้างด้วยอาคารสไตล์โครเอเชียแห่งนี้จะมีร้านค้าร้านอาหารอยู่ให้เดินชมและเลือกซื้อได้ อาคารรัฐสภา (Parliament Building) จากสะพานสีเลือดเดินมาไม่ไกลก็จะได้เจอกับศูนย์กลางการปกครองของโครเอเชีย ด้วยอาคารที่สวยแบบเรียบง่ายแต่สง่างาม ประดับด้วยธงชาติทำให้มองเห็นได้ไม่ยาก เป็นอาคารเก่าแก่ตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 ชม จัตุรัสเซนต์มาร์ค (St. Mark’s Square) ที่นอกจากเป็นจุดนัดพบและท่องเที่ยวสุดฮิตแล้ว ยังเป็นที่ตั้งของ โบสถ์เซนต์มาร์ค (St. Mark’s Church) โบสถ์โรมันคาทอลิกเก่าแก่ตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 14 ที่แม้จะไม่ได้ดูยิ่งใหญ่หรูหราเหมือนโบสถ์ใหญ่ทั้งหลาย แต่โบสถ์เซนต์มาร์คแห่งนี้ก็งดงามและโดดเด่นด้วยหลังคาที่มุงด้วยโมเสกสัสันสวยงามพร้อมด้วยลวดลายของตราสัญลักษณ์ของเมือง Lotrščak Tower ก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่เราไม่พลาด หอคอยของป้อมปราการโบราณแห่งนี้มีอายุมากกว่า 700 ปี เป็นป้อมที่คอยดูแลประตูทางด้านทิศใต้ของเมืองเก่า ภายในมีปืนใหญ่ตั้งอยู่ที่ชั้นบนสุด โดยจะยิงทุกๆ เวลาเที่ยงวันของทุกวันเป็นสัญญาณแทนระฆัง ได้เวลาอันสมควรนำทุกท่านเดินทางสู่สนามบิน เดินทางกลับประเทศไทย
15.25 น. ออกเดินทางสู่ เมืองดูไบ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK130 แวะเปลี่ยนเครื่อง (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
23.00 น. ถึงสนามบิน เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แวะเปลี่ยนเครื่อง


วันที่แปด ดูไบ – กรุงเทพฯ
03.40 น. เดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบินเอมิเรตส์ โดยเที่ยวบินที่ EK376 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
13.15 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิ์ภาพพร้อมความประทับใจ 

6

23 มกราคม - 11 พฤษภาคม 2563

วันเดินทาง

สายการบินเอมิเรตส์ (Emirates)

สายการบิน

รหัส : Ek021

โปรแกรมทัวร์ : โครเอเชีย 8 วัน

รายละเอียดโปรแกรม :  ชาเกร็บ จัตุรัสเซนต์มาร์ค ซาดาร์ สปลิต มหาวิหารแห่งซาดาร์ พระราชวังดิโอคลีเทียน ดูบรอฟนิก ซิเบนิก

พิเศษ อุทยานแห่งชาติพลิตวิเช่ และนั่งกระเช้าขึ้น Hill Srd

ราคาเริ่มต้น : 43,900 TH

line-logo.png

ดาวน์โหลดใบสั่งจองโปรแกรมทัวร์

** รายการทัวร์ทางหน้าเว็บไซต์ เป็นการนำเสนอรายการเบื้องต้นเท่านั้น กรุณาติดต่อแผนกเซลล์ เพื่อขอรายการทัวร์ทุกครั้ง

2

1

3

4

6

7

8

5

วันแรก สนามบินสุวรรณภูมิ – ดูไบ  
22.00 น. พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 9 แถว T สายการบินเอมิเรตส์ (EK) พบเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับพร้อมอำนวยความสะดวก

วันที่สอง ดูไบ - ซาเกร็บ – ซาดาร์ 
01.35 น. ออกเดินทางสู่ เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK385 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
04.45 น. แวะเปลี่ยนเครื่องที่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
08.30 น. ออกเดินทางสู่เมือง ซาเกร็บ ประเทศโครเอเชีย โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK129 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)
12.35 น. เดินทางถึง ซาเกร็บ ประเทศโครเอเชีย ผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้วออกเดินทางไปยัง ซาดาร์ (Zadar) โดยรถโค้ช ซาดาร์ (Zadar) หนึ่งในเมืองโบราณของสโลวีเนีย อยู่ติดกับทะเลเอเดรียติก โดยรอบตัวเมืองเราจะได้เห็นอาคารบ้านเรือนเก่าแก่ตั้งแต่สมัยยุคโรมัน
เย็น รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านสู่ที่พัก  ณ Bedbank Amadria Park หรือระดับเดียวกัน


วันที่สาม ซาดาร์ – สปลิต – ดูบรอฟนิก 
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม หลังจากนั้นเที่ยวชมเมือง ซาดาร์ ไม่ว่าจะเป็นโรมันฟอรัม วิหาร โบสถ์ต่างๆ และคณะเราก็ไม่พลาดไปเที่ยวชมในตัวเมือง ไม่ว่าจะเป็น มหาวิหารเซนต์อนาสตาเซีย (St. Anastasia’s Cathedral) หรืออีกชื่อคือ มหาวิหารแห่งซาดาร์ (Zadar Cathedral) โบสถ์โบราณสีขาวที่สวยสง่าด้วยศิลปะสไตล์โรมัน โบสถ์นี้สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 12-13 และเป็นโบสถ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้ แล้วแวะไปถ่ายรูปกับอีกหนึ่งโบสถ์เด่นที่อยู่ใกล้ๆ กันเลยก็คือ โ บสถ์เซนต์แมรี่ (St. Mary’s Church) แม้จะเป็นอาคารที่ดูจะเรียบๆ เมื่อเทียบกับสิ่งก่อสร้างอื่นๆ แต่โบสถ์เซนต์แมรี่นั้นล้ำค่าในด้านของประวัติศาสตร์ ด้วยอายุที่มากกว่า 900 ปี และที่ด้านในโบสถ์นั้นก็ได้ตกแต่งด้วยสไตล์บารอกที่งดงามไม่แพ้โบสถ์อื่นๆ เลย หลังจากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ สปลิต (Split) 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร เดินเล่นและแวะถ่ายรูปกับวิวสวยๆ ของเมือง สปลิต เมืองใหญ่อันดับ 2 ของโครเอเชีย อีกหนึ่งเมืองริมทะเลที่ร่ำรวยด้วยวิวสวยๆ ด้วยความเก่าแก่ของเมืองและศูนย์กลางวัฒนธรรมมาตั้งแต่โบราณนั้น ทำให้เมืองสปลิตได้ขึ้นเป็นหนึ่งในมรดกโลกที่สำคัญในปี 1979 จุดเช็คอินแวะถ่ายรูปสวยๆ ของกรุ๊ปเราในครั้งนี้คือ พระราชวังดิโอคลีเชียน (Diocletian Palace) พระราชวังโบราณที่สร้างขึ้นตามรับสั่งของจักรพรรดิโรมัน ดิโอคลีเชียน ในช่วงศตวรรษที่ 4 เป็นพระราชวังทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่ริมทะเล เป็นสิ่งก่อสร้างตั้งแต่ยุคโรมันที่ยังคงสภาพไว้ได้ดีมากที่สุดแห่งหนึ่ง มหาวิหารเซนต์ดอมนิอุส (Cathedral of Saint Domnius) โดดเด่นด้วยหอระฆังสีขาวที่สูงเด่นที่สุดในเมืองสปลิตแห่งนี้ โบสถ์สวยอายุกว่า 1600 ปีแห่งนี้เป็นหนึ่งในโบสถ์ของศาสนาคริสต์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก 
เย็น รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก  ณ Hotel Katarina หรือระดับเดียวกัน


วันที่สี่ ดูบรอฟนิก – เมืองเก่าดูบรอฟนิก – Srd Hill
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองดูบรอฟนิก เมืองศูนย์กลางการท่าโบราณ ที่กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวชื่อดังของโครเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นตัวเมืองสวยมากเสน่ห์และวิวทะเล 
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร นำท่านชม ย่านเมืองเก่า ที่น่าดึงดูดด้วยความงามที่มีมาตั้งแต่โบราณของเมือง แถมด้วยการได้การันตีเป็นมรดกโลกแล้วทำให้เมืองดูบรอฟนิกไม่ควรพลาดเลยเมื่อมาเที่ยวโครเอเชีย  ภายในบริเวณเมืองเก่านั้นมีไฮไลท์มากมายที่เราก็ไม่พลาดชม ไม่ว่าจะเป็น พระราชวังสปอนซา (Sponza Palace) พระราชวังเก่าอายุกว่า 500 ปี ผสมผสานระหว่างศิลปะสไตล์โกธิคและเรเนสซองส์ ปัจจุบันเป็นสถานที่ทางราชการ เก็บรักษาเอกสารเก่าแก่กว่า 100,000 ชิ้น และที่ตั้งอยู่ติดกันก็คืออีก พระราชวังเรคเตอร์ (Rector’s Palace) เป็นพระราชวังที่สมัยก่อนเป็นที่อยู่ของขุนนางและเป็นเหมือนศาลาว่าการ ทั้งยังเป็นคลังอาวุธ และคุก พระราชวังนี้มีการผสมผสานศิลปะจากหลายยุคหลายสมัยแต่เข้ากันได้อย่างลงตัวและสวยงาม และแวะไปอีกหนึ่งแลนด์มาร์กของเมือง น้ำพุโอโนฟริโอ (Onofrio’s Fountain) น้ำพุขนาดใหญ่กลางเมืองที่ได้สร้างขึ้นเมือปี 1430 เพื่อเป็นหนึ่งในจุดกระจายน้ำจากท่อส่งน้ำของเมือง  นั่งกระเช้าสู่ Hill Srd เนินเขาเหนือเมืองดูบรอฟนิกที่เราจะได้ชมวิวสวยๆ ของเมืองแบบเต็มที่จากมุมสูง แล้วก็ได้เวลาที่หลายๆ คนรอคอย อิสระช้อปปิ้ง ที่สามารถเดินช้อปปิ้งได้อย่างจุใจไปกับร้านค้ามากมายตามซอกซอยมากมายของเมือง 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก  ณ Grand Hotel Park หรือระดับเดียวกัน 


วันที่ห้า ดูบรอฟนิก – ซิเบนิก – โวดิเซ่ 
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม เดินทางจากเมืองดูบรอฟนิกไปยังจุดหมายถัดไป ซิเบนิก (Sibenik) เมืองโบราณริมทะเลมากประวัติศาสตร์ และเป็นเมืองของชาวโครเอเชียริมฝั่งทะเลที่เก่าแก่ที่สุด พร้อมด้วยบรรยากาศริมทะเลชิลล์ๆ แสนเชิญชวน ภายในเมืองที่ตั้งของมรดกโลก นำท่านเที่ยวชมย่านเมืองเก่าบริเวณ จัตุรัสเมืองเก่า ศูนย์กลางย่านเมืองเก่าที่รายล้อมไปด้วยอาคารเก่าแก่ และมากมายไปด้วยร้านค้าร้านอาหาร แต่ก็ยังได้บรรยากาศของย่านเมืองเก่าอย่างครบถ้วน มหาวิหารแห่งเซนต์เจมส์ (Cathedral of Saint James) ตัวอาคารสีขาวหลังใหญ่นี้ได้ถูกสร้างขึ้นจากหินปูนทั้งหลัง แล้วออกแบบอย่างดีในสไตล์เรอเนสซองส์และโกธิค โดดเด่นด้วยโดมสีขาวและรูปปั้นที่ตกแต่งอยู่โดยรอบตัวโบสถ์ 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร นำท่านเดินทางสู่ เขตอุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ ผ่านชมธรรมชาติและความงามของทิวทัศน์สองข้างทางที่รายล้อมด้วยป่าเขาสลับ ทุ่งหญ้า ฟาร์มเกษตรที่อุดมสมบูรณ์ ถท่านทางเข้าสู่ อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ ที่ตั้งอยู่ใจกลางของ อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ เป็นอุทยานแห่งชาติ ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO เมื่อปี 1979 อุทยานแห่งนี้มีเนื้อที่กว่า 29,482 เฮคเตอร์ พื้นที่ส่วนใหญ่ปกคลุมด้วยน้ำมีทะเลสาบสีเขียวมรกตและสีฟ้า รวมกันถึง 16 ทะเลสาบ เชื่อมต่อกันด้วยทางเดินสะพานไม้ลัดเลาะระหว่างทะเลสาบและเนินเขา
เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Hotel Mirjana Rastoke หรือระดับเดียวกัน


วันที่หก พลิตวิเซ่ – อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ – ซาเกร็บ 
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมจากนั้นเข้าชม อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ (Plitvice Lakes National Park) อุทยานแห่งชาติแสนงดงามของประเทศโครเอเชีย ยังเป็นหนึ่งในอุทยานที่เก่าแก่ที่สุดและใหญ่ที่สุดของโครเอเชียด้วยพื้นที่กว้างถึง 296.85 ตารางกิโลเมตร อุทยานแห่งนี้มีชื่อเสียงที่โด่งดังและสวยงามด้วยธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และทะเลสาบที่อยู่โดยรอบ ปัจจุบันมีทะเลสาบรวมแล้วถึง 16 แห่งกระจายอยู่โดยรอบอุทยาน นอกจากนี้อุทยานพลิตวิเซ่ยังเป็นที่เลื่องชื่อลือชาว่าทัศนียภาพสวยงามเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ด้วยสีสันอันสดใสของใบไม้ไม่ว่าจะเป็นสีเขียว ส้ม แดง เหลือง และโดยเฉพาะเมื่อสะท้อนลงบนผิวทะเลสาบแล้วยิ่งงดงามอย่างที่สุด อุทยานพลิตวิเซ่ยังได้ขึ้นเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติที่สำคัญในปี 1979 และถือเป็นเขตอนุรักษ์ที่สำคัญยิ่งของโครเอเชีย แล้วนำท่าน ล่องเรือ เพื่อชมวิวสวยๆ ของทะเลสาบกว้าง Jezero Kozjak ทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่ที่สุดภายในอุทยานพลิตวิเซ่  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร ออกเดินทางสู่ ซาเกรบ (Zagreb) ที่มีฐานะเป็นทั้งเมืองหลวงและเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโครเอเชีย ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ เป็นเมืองเก่าแก่ตั้งแต่ยุคโรมันก่อนจะค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันเป็นเมืองศูนย์กลางการท่องเที่ยวของโครเอเชีย ด้วยเสน่ห์ที่มากล้น มุ่งหน้าสู่จัตุรัสดังในเขตเมืองเก่าที่ต้องไปพลาดไปเยี่ยมเยือนก็คือ จัตุรัสเจลาซิค (Jelacic Square) ศูนย์กลางเมืองเก่าตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 จุดเด่นของจัตุรัสแห่งนี้ก็คือรูปปั้นของโจเซฟ เจลาซิค ที่นั่งอยู่บนหลังม้า หนึ่งในบุคคลสำคัญของโครเอเชีย ในเขตเมืองเก่านี้เองที่เราจะได้เห็นโบสถ์ประจำเมือง มหาวิหารซาเกรบ (Zagreb Cathedral) หนึ่งในแลนด์มาร์กของเมือง สูงเด่นด้วยหอคอยที่สูงถึง 108 เมตร จัดเป็นหอคอยที่สูงที่สุดของโครเอเชียเลยทีเดียว ตัววิหารสร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อศตวรรษที่ 13 ในสไตล์นีโอโกธิค งดงามและประณีตไม่แพ้มหาวิหารที่ไหน   
เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Hotel Aritos หรือระดับเดียวกัน


วันที่เจ็ด สะพานสีเลือด – จัตุรัสเซนต์มาร์ค
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านเที่ยวชมภายในเมืองซาเกรบ มุ่งหน้าสู่ สะพานสีเลือด (Bloody Bridge) แม้จะเรียกว่าสะพานแต่จริงๆ สถานที่แห่งนี้คือถนนสายหนึ่ง ที่เมื่อสมัยก่อนเคยเป็นสะพานแต่เมื่อได้ทำการถมที่หมดแล้วจึงได้เปลี่ยนเป็นเส้นทางถนนแทน แต่ก็ยังคงชื่อว่า สะพานสีเลือด เอาไว้อยู่ ถนนสายสั้นๆ ที่ขนาบข้างด้วยอาคารสไตล์โครเอเชียแห่งนี้จะมีร้านค้าร้านอาหารอยู่ให้เดินชมและเลือกซื้อได้ อาคารรัฐสภา (Parliament Building) จากสะพานสีเลือดเดินมาไม่ไกลก็จะได้เจอกับศูนย์กลางการปกครองของโครเอเชีย ด้วยอาคารที่สวยแบบเรียบง่ายแต่สง่างาม ประดับด้วยธงชาติทำให้มองเห็นได้ไม่ยาก เป็นอาคารเก่าแก่ตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 ชม จัตุรัสเซนต์มาร์ค (St. Mark’s Square) ที่นอกจากเป็นจุดนัดพบและท่องเที่ยวสุดฮิตแล้ว ยังเป็นที่ตั้งของ โบสถ์เซนต์มาร์ค (St. Mark’s Church) โบสถ์โรมันคาทอลิกเก่าแก่ตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 14 ที่แม้จะไม่ได้ดูยิ่งใหญ่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หรูหราเหมือนโบสถ์ใหญ่ทั้งหลาย แต่โบสถ์เซนต์มาร์คแห่งนี้ก็งดงามและโดดเด่นด้วยหลังคาที่มุงด้วยโมเสกสัสันสวยงามพร้อมด้วยลวดลายของตราสัญลักษณ์ของเมือง Lotrščak Tower ก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่เราไม่พลาด หอคอยของป้อมปราการโบราณแห่งนี้มีอายุมากกว่า 700 ปี เป็นป้อมที่คอยดูแลประตูทางด้านทิศใต้ของเมืองเก่า ภายในมีปืนใหญ่ตั้งอยู่ที่ชั้นบนสุด โดยจะยิงทุกๆ เวลาเที่ยงวันของทุกวันเป็นสัญญาณแทนระฆัง ได้เวลาอันสมควรนำทุกท่านเดินทางสู่สนามบิน เดินทางกลับประเทศไทย
15.25 น. ออกเดินทางสู่ เมืองดูไบ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK130 แวะเปลี่ยนเครื่อง (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
23.00 น. ถึงสนามบิน เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แวะเปลี่ยนเครื่อง


วันที่แปด ดูไบ – กรุงเทพฯ
03.40 น. เดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบินเอมิเรตส์ โดยเที่ยวบินที่ EK376 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
13.15 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิ์ภาพพร้อมความประทับใจ 

ดูบรอฟนิค4.jpg
ดูบรอฟนิค3.jpg
ดูบรอฟนิค1.jpg
อุทยานพลิตวิเซ่8.jpg
St. Mark’s Square.jpg
St. Mark’s Square
St. Mark’s Square

press to zoom
อุทยานพลิตวิเซ่8
อุทยานพลิตวิเซ่8

press to zoom
ดูบรอฟนิค4
ดูบรอฟนิค4

press to zoom
St. Mark’s Square
St. Mark’s Square

press to zoom
1/18