วันแรก กรุงเทพฯ-สนามบินสุวรรณภูมิ                                                                                 (ไทย)

23.00 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 ประตู 9  แถว T สายการบินเอมิเรตส์ (EK) เจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวก

วันที่สอง กรุงเทพฯ-ดูไบ-อิสตันบูล-ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส-แกรนด์บาร์ซาร์ (ไทย-ยูเออี-ตุรกี)

02.20 น. ออกเดินทางสู่ เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 371 (æบริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)  

05.35 น. ถึงสนามบิน เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แวะเปลี่ยนเครื่อง  

10.05 น. เดินทางสู่กรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 119

(æบริการอาหารและ เครื่องดื่มบนเครื่องบิน)

13.40 น. เดินทางถึงสนามบินกรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้วvนำท่านทางเข้าสู่ กรุงอีสตันบูล (Istanbul) เป็นมหานครของสองทวีป/เอเซียและยุโรป เป็นเมืองที่มีความงดงามในประวัติศาสตร์โลกมานานหลายศตวรรษ จากนั้นนำท่าน ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส Cruise Along the Bosphorus ซึ่งเป็นช่องแคบขนาดใหญ่และสองฝั่งมีความสวยงามมาก ช่องแคบนี้ทำหน้าที่เป็นเส้นแบ่งระหว่างยุโรปและเอเชีย เชื่อมระหว่าง ทะเลดำ The Black Sea เข้ากับ ทะเลมาร์มาร่า Sea of Marmara มีความยาว 32 กิโลเมตร ให้ท่านได้ชมทิวทัศน์ทั้งสองข้างที่สวยงามตระการตาของ ช่องแคบบอสฟอรัสที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญยิ่งในการป้องกันประเทศตุรกีอีกด้วย เพราะมีป้อมปืนตั้งเรียงรายอยู่ตามช่องแคบเหล่านี้ จากนั้นนำท่านสู่ แกรนด์บาร์ซาร์ Grand Bazaar ซึ่งเป็นตลาดเก่าแก่ที่สร้างในสมัยกลาง ค.ศ. 15 เป็นตลาดค้าพรมและทองที่ใหญ่ที่สุดของตุรกี มีร้านค้ากว่า 4,000 ร้าน ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการ เลือกซื้อสินค้าที่มีชื่อเสียงของตุรกีอย่างจุใจ เช่น โคมไฟ, ของฝาก, ผ้าพันคอ ฯลฯ

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร นำท่านสู่ที่พัก ã ณ Golden Way Hotel หรือระดับเดียวกัน

วันที่สาม อีสตันบูล-ฮิปโปโดรม-สุเหร่าสีน้ำเงิน-เซนต์โซเฟีย-พระราชวังทอปกาปึ-เมืองอีเซียบัท (ตุรกี)

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม จากนั้นนำท่านไปเที่ยวชม ฮิปโปโดรม (Hippodome) ในอดีตเคยเป็นศูนย์กลางแห่งชีวิตของชาวไบแซนติอุม คือ สถานที่ที่แข่งกีฬารถม้าศึกของชาวโรมัน และของจักรวรรดิออตโตมานกว่า 400 ปี ในปัจจุบันเหลือแค่เสา 3 ต้น คือเสาต้นแรก โอเบลิสก์แห่งฟาโรห์ทุตโมซิสที่ 3 ซึ่งถูกสร้างมาตั้งแต่ 1500 ปีก่อนคริสตกาล ต่อมาเป็นเสาเซอร์เพนไทน์ ซึ่งถูกสร้างขึ้นมา 497 ปีก่อนคริสตกาล และเสาคอนสแตนตินที่ 7 เป็นเสาต้นสุดท้าย สถานที่นี้ได้ถูกสร้างขึ้นประมาณปี ค.ศ.203 ในยุคของไบแซนไทน์ จากนั้นนำท่านเข้าชม สุเหร่าสีน้ำเงิน Blue Mosque ที่มาของชื่อสุเหร่าสีน้ำเงินเป็นเพราะเขาใช้กระเบื้องสีน้ำเงินในการตกแต่งภายใน ซึ่งทำเป็นลายดอกไม้ต่าง ๆ เช่น ดอกกุหลาบ คาร์เนชั่น ทิวลิป เอกลักษณ์เด่นอีกอย่างแต่อยู่ภายนอกคือ หอประกาศเชิญชวนเมื่อถึงเวลาที่จะต้องทำพิธีละหมาด Minaret 6 หอ เท่ากับสุเหร่าที่นครเมกกะ จากนั้นนำท่านเข้าชมสถานที่ซึ่งเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง เซนต์โซเฟีย ปัจจุบันเป็นที่ประชุมสวดมนต์ของชาวมุสลิม ในอดีตเป็นโบสถ์ทางศาสนาคริสต์ พระเจ้าจักรพรรดิ์คอนสแตนตินเป็นผู้สร้างเมื่อประมาณคริสต์ศตวรรษที่13 ใช้เวลาสร้าง 17 ปี เพื่อเป็นโบสถ์ของศาสนาคริสต์แต่ถูกผู้ก่อการร้ายบุกทำลายเผาเสียวอดวายหลายครั้งเพราะเกิดการขัดแย้งระหว่างพวกที่นับถือศาสนาคริสต์กับศาสนาอิสลาม จวบจนถึงรัชสมัยของ พระเจ้าจัสตินเนียน มีอำนาจเหนือตุรกีจึงได้สร้าง โบสถ์เซนต์โซเฟีย ขึ้นใหม่ ใช้เวลาสร้างฐานโบสถ์ 20 ปี ตัวโบสถ์ 5 ปี เมื่อประมาณปี พ.ศ. 1996 (ค.ศ 1435) พระองค์ต้องการให้เป็นสิ่งสวยงามที่สุดได้พยายามหา สิ่งของมีค่าต่างๆ มาประดับไว้มากมาย สร้างเสร็จได้มีการ เฉลิมฉลองกันอย่าง มโหฬาร ต่อมาเกิดแผ่นดินไหวอย่างใหญ่ทำให้แตกร้าวต้องให้ช่างซ่อมจนเรียบร้อยในสภาพเดิมเมื่อสิ้นสมัยของจักรพรรดิจัสตินเนียน ถึงสมัย พระเจ้าโมฮัมเหม็ดที่ 2 มีอำนาจเหนือตุรกี และเป็นผู้นับถือศาสนาอิสลามจึงได้ดัดแปลงโบสถ์หลังนี้ให้เป็นสุเหร่าของชาวอิสลาม จากนั้นนำท่านเข้าชม พระราชวังทอปกาปึ (Topkapi Palace) สร้างขึ้นในสมัยสุลต่านเมห์เมตที่ 2 เปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ในปี ค.ศ. 1924 พิพิธภัณฑ์พระราชวังทอปกาปิ ห้องที่โด่งดังและเป็นที่สนใจคือห้องท้องพระคลังอันเป็นที่เก็บสมบัติ และวัตถุล้ำค่ามากมาย โดยมีกริชแห่งทอปกาปึด้ามประดับด้วยมรกตใหญ่ 3 เม็ด กับเพชร 86 กะรัต

กลางวัน     æบริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเดินทางโดยรถโค้ชเลียบชายฝั่งสู่ เมืองอีเซียบัท เป็นเมืองที่อยู่บริเวณท่าเรือที่จะข้ามฟากสู่เมืองชานัคคาเล่ ระหว่างทางท่านจะได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ที่สวยงามของขุนเขาสลับกับรถวิ่งชายทะเล ผ่านบ้านเรือนของบรรดาเหล่าเศรษฐี ปศุสัตว์ แปลงการเกษตร เมื่อเมืองอีเซียบัท นำท่านนั่งเรือข้ามฟากสู่ เมืองชานัคคาเล่ (ใช้เวลานั่งเรือ ประมาณ 30 นาที)

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร นำท่านสู่ที่พัก ã ณ Troia Tusan Hotel หรือระดับเดียวกัน

วันที่สี่ ชานัคคาเล่-ม้าไม้แห่งกรุงทรอย-เมืองเปอร์กามัม-วิหารอะโครโปลิส-เมืองคูซาดาซึ (ตุรกี)

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม จากนั้นนำท่านถ่ายรูป ม้าไม้แห่งกรุงทรอย อันโด่งดัง เป็นหนึ่งในอาวุธยุทโธปกรณ์อันชาญฉลาดในสมัยนั้น สร้างขึ้นเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่หลงใหลในมหากาพย์อีเลียดได้เห็นด้วยตาของตนเองอีกด้วย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเปอร์กามัม ที่ตั้งตระหง่านอยู่เหนือตัวเมืองชานัคคาเล่ กว่า 1,000 ฟุต ในบริเวณอะนาโตเลียห่างจากทะเลอีเจียนประมาณ 30 ก.ม. ทางด้านเหนือของแม่น้ำไคซูส ซึ่งเป็นเมืองโบราณของกรีกที่มีความสำคัญของพวกเฮเลนนิสติก

กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร นำท่านชมความสวยงามของ วิหารอะโครโปลิส โดย Cable car นำท่านชม วิหารอะโครโปลิส (Acropolis) ซึ่งเป็นที่ขนานนามถึงประหนึ่งดังดินแดนแห่งเทพนิยายในสรวงสวรรค์ บริเวณเดียวกัน วิหารโอลิมเปียน เซอุส (Naos tou Olimpiou Dios - Olympieion) ปัจจุบันนี้เหลือแต่ส่วนฐานเท่านั้น แท่นบูชาถูกนำไปเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์เปอร์กามัมที่เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน ชม โรงละครอะโครโปลิส (Theater of Acropolis) เป็นโรงละครที่ชันที่สุดในโลก ตั้งอยู่ในทำเลที่สวยงามที่สุด จุผู้ชมได้มากถึง 10,000 คน อะโครโปลิส แปลว่า นครบนที่สูง ซึ่งเป็นโครงสร้างฐานในการป้องกันเมืองของอาณาจักรกรีกและโรมัน ซึ่งผู้ตั้งถิ่นฐานในสมัยนั้นมักเลือกที่สูง ซึ่งมักจะเป็นเนินเขาที่ด้านหนึ่งเป็นผาชัน และกลายเป็นศูนย์กลางของมหานครใหญ่ ที่เติบโตรุ่งเรืองอยู่บนที่ราบเบื้องล่างที่รายล้อมป้อมปราการเหล่านี้ จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองคูซาดาซึ เป็นเมืองท่าที่สำคัญทางการค้าอีกเมืองหนึ่งของตุรกี

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร นำท่านสู่ที่พัก ã ณ Ayma Beach Hotel หรือระดับเดียวกัน

วันที่ห้า เมืองโบราณเอฟฟิซุส-บ้านพระแม่มารี-เมืองปามุคคาเล่-ปราสาทปุยฝ้าย (ตุรกี)

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม จากนั้นนำท่านเข้าชม เมืองโบราณเอฟฟิซุส (City of Ephesus) อาคารที่เป็นสัญลักษณ์ของ นครเอฟฟิซุส คือ ห้องสมุดของเซลซุส Library of Celsus และอาคารสำคัญอีกแห่งคือวิหารแห่งจักรพรรดิเฮเดรียน Temple of Hadrian สร้างขึ้นถวายแด่จักรพรรดิเฮเดรียน ความโดเด่นของวิหารแห่งนี้คืออยู่ในสภาพที่สมบูรณ์มาก นอกจากนั้นสิ่งก่อสร้างที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในนครเอฟฟิซุส คือ โรงละคร Great Theatre ซึ่งสร้างโดยสกัดเข้าไปในไหล่เขาให้เป็นที่นั่ง สามารถจุคนได้ถึง 25,000 คน ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 10 ของประชากรในยุคนั้นสร้างสมัยกรีกโบราณ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ บ้านพระแม่มารี House of Virgin Mary ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นที่สุดท้ายที่พระแม่มารีมาอาศัยอยู่และสิ้นพระชนม์ในบ้านหลังนี้ ถูกค้นพบอย่างปาฏิหาริย์โดยแม่ชีตาบอดชาวเยอรมัน ชื่อ แอนนา แคเธอรีน เอมเมอริช Anna Catherine Emmerich ในปี ค.ศ. 1774-1824 ได้เขียนบรรยายสถานที่ไว้ในหนังสืออย่างละเอียดราวกับเห็นด้วยตาตนเอง เมื่อเธอเสียชีวิตลงมีคนพยายามสืบเสาะค้นหาบ้านหลังนี้ จนพบในปี ค.ศ. 1891 ปัจจุบันบ้านพระแม่มารีได้รับการบูรณะเป็นบ้านอิฐชั้นเดียว ภายในมีรูปปั้นของพระแม่มารี ซึ่งพระสันตะปาปา โป๊ปเบเนดิกส์ที่ 16 ได้เคยเสด็จเยือนที่นี่ บริเวณด้านนอกของบ้านมีก๊อกน้ำสามก๊อกที่เชื่อว่าเป็นก๊อกน้ำที่มีความศักดิ์สิทธิ์ แทนความเชื่อในเรื่องสุขภาพ ความร่ำรวย และความรัก ถัดจากก๊อกน้ำเป็น กำแพงอธิษฐาน ซึ่งมีความเชื่อว่า หากต้องการให้สิ่งที่ปรารถนาเป็นความจริงให้เขียนลงในผ้าฝ้าย แล้วนำไปผูกไว้แล้วอธิษฐาน จากนั้นนำท่านช้อปปิ้ง ณ ศูนย์ผลิตเสื้อหนังคุณภาพสูง ซึ่งตุรกีเป็นประเทศที่ผลิตหนังที่มีคุณภาพที่สุดอีกทั้งยังผลิตเสื้อหนังส่งให้กับแบรนด์ดังในอิตาลี เช่น Versace,Prada, Michael Kors อิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าได้ตามอัธยาศัย

กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองปามุคคาเล่ (Pamukkale)             คำว่า “ปามุคคาเล่” ในภาษาตุรกี หมายถึง “ปราสาทปุยฝ้าย” Pamuk หมายถึง ปุยฝ้าย และ Kale หมายถึง ปราสาท เป็นน้ำตกหินปูนสีขาวที่เกิดขึ้นจากธารน้ำใต้ดินที่มีอุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นที่มีแร่หินปูน (แคลเซี่ยมออกไซด์) ผสมอยู่ในปริมาณที่สูงมาก ไหลรินลงมาจากภูเขา “คาลดากึ” ที่ตั้งอยู่ห่างออกไปทางทิศเหนือ รินเอ่อล้นขึ้นมาเหนือผิวดิน และทำปฏิกิริยาจับตัวแข็งเกาะกันเป็นริ้ว เป็นแอ่ง เป็นชั้น ลดหลั่นกันไปตามภูมิประเทศเกิดเป็นประติมากรรมธรรมชาติ อันสวยงามแปลกตาและ โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ยากจะหา ที่ใดเหมือนจนทำให้ ปามุคคาเล่ ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมในปีค.ศ.1988 นำท่าน เข้าชม ปราสาทปุยฝ้าย(ปามุคคาเล่) เมืองแห่งน้ำพุเกลือแร่ร้อน ชมหน้าผาที่ขาวกว้างใหญ่ด้านข้างของอ่างน้ำ เป็นรูปร่างคล้ายหอยแครงและน้ำตกแช่แข็ง ถ้ามองดูจะดูเหมือนสร้างจากหิมะ เมฆหรือปุยฝ้าย น้ำแร่ที่ไหลลงมาแต่ละชั้นจะแข็งเป็นหินปูน ห้อยย้อยเป็นรูปร่างต่าง ๆ อย่างมหัศจรรย์ น้ำแร่นี้มีอุณหภูมิประมาณ 33-35 องศาเซลเซียส ประชาชนจึงนิยมไปอาบหรือนำมาดื่ม เพราะเชื่อว่ามีคุณสมบัติในการรักษาโรคหัวใจ โรคไขข้ออักเสบ ความดันโลหิตสูง โรคทางเดินปัสสาวะ และโรคไต ในอดีตกาลชาวโรมันเชื่อว่าน้ำพุร้อนสามารถรักษาโรคได้ นำท่านชมเมืองโบราณเฮียราโพลิส (Hierapolis) ในอดีตเป็นสถานที่บำบัดโรค ก่อตั้งโดยกษัตริย์ยูเมเนสที่1แห่งแพร์กามุม ในปี 190 ก่อนคริสต์กาล สถานที่แห่งนี้มีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นหลายครั้งหลังปี ค.ศ 1334 จึงไม่มีคนอาศัยอยู่อีก ศูนย์กลางของ เฮียราโพลิสเป็นบ่อน้ำที่ศักสิทธิ์ ซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ในปามุคคาเล สถานที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ พิพิธภัณฑ์ปามุคคาเล โรงอาบน้ำโรมัน โบสถ์สมัยไบแซนไทน์

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร นำท่านสู่ที่พัก ã ณ Halıcı Hotel หรือระดับเดียวกัน

วันที่หก ปามุคคาเล่-คาราวานซาราย-คัปปาโดเกีย (ตุรกี)

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองคัปปาโดเกีย (Cappadocia) เป็นบริเวณที่อยู่ระหว่าง ทะเลดำ กับ ภูเขาเทารุส มีความสำคัญมาแต่โบราณกาล เพราะเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายไหม เส้นทางค้าขายแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ที่ทอดยาวจากตุรกีไปจนถึงประเทศจีน ระหว่างทางท่านจะผ่านเมืองคอนย่า (Konya) เป็นเมืองที่ นิยมใช้เป็นจุดพักของการเดินทางในอดีตเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเซลจุกเติร์ก ซึ่งเป็นอาณาจักรแห่งแรกของชาวเติร์กในตุรกี หรือที่ยุคนั้นเรียก อนาโตเลีย เป็นอู่ข้าวอู่น้ำของประเทศ

กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองคัปปาโดเกีย (Cappadocia) ระหว่างทางให้ท่านได้แวะพักเปลี่ยนอิริยาบถด้วยการเข้าชม Caravansarine เป็นที่พักแรมของพ่อค้าชาว เติร์ก สมัยออตโตมัน ที่ยิ่งใหญ่ รวมถึงกองคาราวานที่เดินทางมาค้าขายจากเอเชียในยุคของการค้าขายบนเส้นทางสายไหมที่มี

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านชม “ระบำหน้าท้อง” (Belly Dance) ประกอบดนตรีของสาวน้อยชาวตุรกีพร้อมเครื่องดื่มฟรีระหว่างรับชมโชว์ ถึงเวลาอันสมควรนำท่านสู่ที่พัก ã ณ Alp Hotel หรือระดับเดียวกัน

วันที่เจ็ด คัปปาโดเกีย-ทัวร์เสริมนั่งบอลลูน หรือ จีฟซาฟารี-พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่-นครใต้ดิน-กรุงอังคาร่า (ตุรกี)

05.00 น. สำหรับท่านที่สนใจ ซื้อทัวร์เสริมขึ้นบอลลูน ชมพระอาทิตย์ยามเช้า หรือ ทัวร์จีฟซาฟารี พร้อมกัน ณ บริเวณล๊อบบี้ของโรงแรม(ทัวร์นั่งบอลลูนนี้และจีฟซาฟารีไม่ได้รวมอยู่ในค่าทัวร์) หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะมารอรับท่าน เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ที่ไม่ควรพลาด (สำหรับท่านที่ไม่ได้ซื้อ ทัวร์ขึ้นบอลลูนและทัวร์จีฟซาฟารี อิสระพักผ่อนที่โรงแรมได้ตามอัธยาศัย)

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม จากนั้นนำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ (Goreme Open Air Museum) ซึ่งเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ในช่วง ค.ศ. 9 ซึ่งเป็นความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนาโดยการขุดถ้ำเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างโบสถ์ และยังเป็นการป้องกันการรุกรานของชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์ ชม โบสถ์เซนต์บาร์บารา St. Barbar Church โบสถ์มังกร Snake Church และ โบสถ์แอปเปิ้ล Apple Church ให้ท่านได้ถ่ายรูปกับภูเขารูปทรงต่าง ๆ ได้ตามอัธยาศัย จากนั้นนำท่านชม นครใต้ดิน เกิดจากการขุดเจาะพื้นดินลึกลงไปใต้ผืนดิน เพื่อใช้เป็นที่หลบภัยจากข้าศึกศัตรูนครใต้ดิน เมืองใต้ดินแห่งนี้มีครบเครื่องทุกอย่างทั้งห้องโถง ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องถนอมอาหาร ห้องครัว ห้องอาหาร โบสถ์ ทางหนีฉุกเฉิน ฯลฯ

กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเข้าชมโรงงานผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่มีชื่อเสียงของตุรกี ชมโรงงานทอพรม (Carpet) โรงงานเซรามิค (Pottery) และร้านจิวเวอร์รี่ Jewellery อิสระกับการเลือกซื้อสินค้าและของที่ระลึกได้ตามอัธยาศัยจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ กรุงอังคาร่า (Ankara) ซึ่งเป็นเมืองหลวงที่ตั้งอยู่บริเวณกลางคาบสมุทรอานาโตเลีย เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองรองจากอิสตันบูลระหว่างทางแวะเที่ยวชมความสวยงามของทะเลสาบเกลือ(LAKE TUZ)

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร นำท่านสู่ที่พัก ã ณ Royal Carine Hotel หรือระดับเดียวกัน

วันที่แปด กรุงอังคาร่า-อีสตันบูล-พระราชวังโดลมาบาเช่ (ตุรกี)

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านออกเดินทางไปยัง กรุงอีสตันบูล (Istanbul) เป็นมหานครของสองทวีป/เอเซียและยุโรป เป็นเมืองที่มีความงดงามในประวัติศาสตร์โลกมานานหลายศตวรรษ นับแต่ยุคสมัยของกรีกและโรมัน ในสมัยของพวกกรีก ก็คือเมืองไบแซนติอุม มีอายุอยู่ในระหว่าง 675 ปีก่อนคริสตกาล จนถึงปี ค.ศ.330 จึงได้เสียให้แก่อาณาจักรโรมัน  และเคยเป็นเมืองหลวงของโรมันทางด้านตะวันออก ในนามของ กรุงคอนสแตนติโนเปิล จนกระทั่งถึง ค.ศ.1453 จึงได้ถูกพวกออตโตมาน ทำลายลงและเปลี่ยนชื่อมาเป็น อีสตันบูล และได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1985

กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเข้าชม พระราชวังโดลมาบาเช่ เป็นพระราชวังที่สะท้อนให้เห็นถึงความเจริญอย่างสูงสุดทั้งทางวัฒนธรรมและทางวัตถุของจักรวรรดิออตโตมัน ใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้น 12 ปี เป็นศิลปะผสมผสานของยุโรปและตะวันออกที่ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม และไม่คำนึงถึงความสิ้นเปลืองใด ๆ ทั้งสิ้น ภายนอกประกอบด้วยสวนไม้ดอกรายล้อมพระราชวังซึ่งอยู่เหนืออ่าวเล็ก ๆ ที่ ช่องแคบบอสฟอรัส ภายในประกอบด้วยห้องหับต่าง ๆ และฮาเร็ม ตกแต่งด้วยโคมระย้า บันไดลูกกรงแก้วเจียระไน และโคมไฟมหึมาที่มีนำหนักกว่า 4.5 ตัน

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร นำท่านสู่ที่พัก ã ณ Golden Way Hotel หรือระดับเดียวกัน

วันที่เก้า อีสตันบูล-ตลาดสไปซ์ มาร์เก็ต-สนามบิน (ตุรกี-ยูเออี)

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม จากนั้นนำท่านสู่ย่านช้อปปิ้ง ตลาดสไปซ์ มาร์เก็ต หรือตลาดเครื่องเทศ ท่านสามารถเลือกซื้อของฝากได้ในราคาย่อมเยา ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับ ชาหรือกาแฟ รวมถึงผลไม้อบแห้งอันเลื่องชื่อของตุรกี อย่าง แอปปลิคอท หรือจะเป็นถั่วพิทาชิโอ ฯลฯ ถึงเวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่สนามบิน

15.45 น. ออกเดินทางสู่ เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 120

(บริการอาหารและ เครื่องดื่มบนเครื่องบิน)

21.00 น. ถึง สนามบินเมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แวะเปลี่ยนเครื่อง  

22.30 น. เดินทางสู่ สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 374 (บริการอาหารและ เครื่องดื่มบนเครื่องบิน)

วันที่สิบ กรุงเทพฯ-สนามบินสุวรรณภูมิ (ยูเออี-ไทย)

07.35 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ  โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ

12 มีนาคม - 7 กรกฏาคม 2563

วันเดินทาง

สายการบินเอมิเรตส์ (Emirates)

สายการบิน

รหัส : Ek031

โปรแกรมทัวร์ : ตุรกี 10 วัน 7 คืน

รายละเอียดโปรแกรม :  อิสตันบูล สุเหร่าสีน้ำเงิน ฮาเกียโซเฟีย ล่องเรือชมช่องแคบบอสฟอรัส พระราชวังโดลมาบาห์เช่ ชานัคคาเล่

ม้าไม้ืเมืองทรอย วิหารรอโครโพลิส ปามุคคาเล่ ปราสาทปุยฝ้ายคัปปาโดเกีย ชมระบำหน้าท้อง

ราคาเริ่มต้น : 33,900 TH

line-logo.png

ดาวน์โหลดใบสั่งจองโปรแกรมทัวร์

** รายการทัวร์ทางหน้าเว็บไซต์ เป็นการนำเสนอรายการเบื้องต้นเท่านั้น กรุณาติดต่อแผนกเซลล์ เพื่อขอรายการทัวร์ทุกครั้ง

2

1

3

4

6

5

7

9

10

วันแรก กรุงเทพฯ-สนามบินสุวรรณภูมิ  (ไทย)

23.00 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 ประตู 9  แถว T สายการบินเอมิเรตส์ (EK) เจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวก

วันที่สอง กรุงเทพฯ-ดูไบ-อิสตันบูล-ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส-แกรนด์บาร์ซาร์ (ไทย-ยูเออี-ตุรกี)

02.20 น. ออกเดินทางสู่ เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 371 (æบริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)  

05.35 น. ถึงสนามบิน เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แวะเปลี่ยนเครื่อง  

10.05 น. เดินทางสู่กรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 119

(บริการอาหารและ เครื่องดื่มบนเครื่องบิน)

 

13.40 น. เดินทางถึงสนามบินกรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้วvนำท่านทางเข้าสู่ กรุงอีสตันบูล (Istanbul) เป็นมหานครของสองทวีป/เอเซียและยุโรป เป็นเมืองที่มีความงดงามในประวัติศาสตร์โลกมานานหลายศตวรรษ จากนั้นนำท่าน ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส Cruise Along the Bosphorus ซึ่งเป็นช่องแคบขนาดใหญ่และสองฝั่งมีความสวยงามมาก ช่องแคบนี้ทำหน้าที่เป็นเส้นแบ่งระหว่างยุโรปและเอเชีย เชื่อมระหว่าง ทะเลดำ The Black Sea เข้ากับ ทะเลมาร์มาร่า Sea of Marmara มีความยาว 32 กิโลเมตร ให้ท่านได้ชมทิวทัศน์ทั้งสองข้างที่สวยงามตระการตาของ ช่องแคบบอสฟอรัสที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญยิ่งในการป้องกันประเทศตุรกีอีกด้วย เพราะมีป้อมปืนตั้งเรียงรายอยู่ตามช่องแคบเหล่านี้ จากนั้นนำท่านสู่ แกรนด์บาร์ซาร์ Grand Bazaar ซึ่งเป็นตลาดเก่าแก่ที่สร้างในสมัยกลาง ค.ศ. 15 เป็นตลาดค้าพรมและทองที่ใหญ่ที่สุดของตุรกี มีร้านค้ากว่า 4,000 ร้าน ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการ เลือกซื้อสินค้าที่มีชื่อเสียงของตุรกีอย่างจุใจ เช่น โคมไฟ, ของฝาก, ผ้าพันคอ ฯลฯ

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร นำท่านสู่ที่พัก ã ณ Golden Way Hotel หรือระดับเดียวกัน

วันที่สาม อีสตันบูล-ฮิปโปโดรม-สุเหร่าสีน้ำเงิน-เซนต์โซเฟีย-พระราชวังทอปกาปึ-เมืองอีเซียบัท (ตุรกี)

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม จากนั้นนำท่านไปเที่ยวชม ฮิปโปโดรม (Hippodome) ในอดีตเคยเป็นศูนย์กลางแห่งชีวิตของชาวไบแซนติอุม คือ สถานที่ที่แข่งกีฬารถม้าศึกของชาวโรมัน และของจักรวรรดิออตโตมานกว่า 400 ปี ในปัจจุบันเหลือแค่เสา 3 ต้น คือเสาต้นแรก โอเบลิสก์แห่งฟาโรห์ทุตโมซิสที่ 3 ซึ่งถูกสร้างมาตั้งแต่ 1500 ปีก่อนคริสตกาล ต่อมาเป็นเสาเซอร์เพนไทน์ ซึ่งถูกสร้างขึ้นมา 497 ปีก่อนคริสตกาล และเสาคอนสแตนตินที่ 7 เป็นเสาต้นสุดท้าย สถานที่นี้ได้ถูกสร้างขึ้นประมาณปี ค.ศ.203 ในยุคของไบแซนไทน์ จากนั้นนำท่านเข้าชม สุเหร่าสีน้ำเงิน Blue Mosque ที่มาของชื่อสุเหร่าสีน้ำเงินเป็นเพราะเขาใช้

กระเบื้องสีน้ำเงินในการตกแต่งภายใน ซึ่งทำเป็นลายดอกไม้ต่าง ๆ เช่น ดอกกุหลาบ คาร์เนชั่น ทิวลิป เอกลักษณ์เด่นอีกอย่างแต่อยู่ภายนอกคือ หอประกาศเชิญชวนเมื่อถึงเวลาที่จะต้องทำพิธีละหมาด Minaret 6 หอ เท่ากับสุเหร่าที่นครเมกกะ จากนั้นนำท่านเข้าชมสถานที่ซึ่งเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง เซนต์โซเฟีย ปัจจุบันเป็นที่ประชุมสวดมนต์ของชาวมุสลิม ในอดีตเป็นโบสถ์

ทางศาสนาคริสต์ พระเจ้าจักรพรรดิ์คอนสแตนตินเป็นผู้สร้างเมื่อประมาณคริสต์ศตวรรษที่13 ใช้เวลาสร้าง 17 ปี เพื่อเป็นโบสถ์ของ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ศาสนาคริสต์แต่ถูกผู้ก่อการร้ายบุกทำลายเผาเสียวอดวายหลายครั้งเพราะเกิดการขัดแย้งระหว่างพวกที่นับถือศาสนาคริสต์กับศาสนาอิสลาม จวบจนถึงรัชสมัยของ พระเจ้าจัสตินเนียน มีอำนาจเหนือตุรกีจึงได้สร้าง โบสถ์เซนต์โซเฟีย ขึ้นใหม่ ใช้เวลาสร้างฐานโบสถ์ 20 ปี ตัวโบสถ์ 5 ปี เมื่อประมาณปี พ.ศ. 1996 (ค.ศ 1435) พระองค์ต้องการให้เป็นสิ่งสวยงามที่สุดได้พยายามหา สิ่งของมีค่าต่างๆ มาประดับไว้มากมาย สร้างเสร็จได้มีการ เฉลิมฉลองกันอย่าง มโหฬาร ต่อมาเกิดแผ่นดินไหวอย่างใหญ่ทำให้แตกร้าวต้องให้ช่างซ่อมจนเรียบร้อยในสภาพเดิมเมื่อสิ้นสมัยของจักรพรรดิจัสตินเนียน ถึงสมัย พระเจ้าโมฮัมเหม็ดที่ 2 มีอำนาจเหนือตุรกี และเป็นผู้นับถือศาสนาอิสลามจึงได้ดัดแปลงโบสถ์หลังนี้ให้เป็นสุเหร่าของชาวอิสลาม จากนั้นนำท่านเข้าชม พระราชวังทอปกาปึ (Topkapi Palace) สร้างขึ้นในสมัยสุลต่านเมห์เมตที่ 2 เปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ในปี ค.ศ. 1924 พิพิธภัณฑ์พระราชวังทอปกาปิ ห้องที่โด่งดังและเป็นที่สนใจคือห้องท้องพระคลังอันเป็นที่เก็บสมบัติ และวัตถุล้ำค่ามากมาย โดยมีกริชแห่งทอปกาปึด้ามประดับด้วยมรกตใหญ่ 3 เม็ด กับเพชร 86 กะรัต

กลางวัน     æบริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเดินทางโดยรถโค้ชเลียบชายฝั่งสู่ เมืองอีเซียบัท เป็นเมืองที่อยู่บริเวณท่าเรือที่จะข้ามฟากสู่เมืองชานัคคาเล่ ระหว่างทางท่านจะได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ที่สวยงามของขุนเขาสลับกับรถวิ่งชายทะเล ผ่านบ้านเรือนของบรรดาเหล่าเศรษฐี ปศุสัตว์ แปลงการเกษตร เมื่อเมืองอีเซียบัท นำท่านนั่งเรือข้ามฟากสู่ เมืองชานัคคาเล่ (ใช้เวลานั่งเรือ ประมาณ 30 นาที)

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร นำท่านสู่ที่พัก ã ณ Troia Tusan Hotel หรือระดับเดียวกัน

วันที่สี่ ชานัคคาเล่-ม้าไม้แห่งกรุงทรอย-เมืองเปอร์กามัม-วิหารอะโครโปลิส-เมืองคูซาดาซึ (ตุรกี)

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม จากนั้นนำท่านถ่ายรูป ม้าไม้แห่งกรุงทรอย อันโด่งดัง เป็นหนึ่งในอาวุธยุทโธปกรณ์อันชาญฉลาดในสมัยนั้น สร้างขึ้นเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่หลงใหลในมหากาพย์อีเลียดได้เห็นด้วยตาของตนเองอีกด้วย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเปอร์กามัม ที่ตั้งตระหง่านอยู่เหนือตัวเมืองชานัคคาเล่ กว่า 1,000 ฟุต ในบริเวณอะนาโตเลียห่างจากทะเลอีเจียนประมาณ 30 ก.ม. ทางด้านเหนือของแม่น้ำไคซูส ซึ่งเป็นเมืองโบราณของกรีกที่มีความสำคัญของพวกเฮเลนนิสติก

กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร นำท่านชมความสวยงามของ วิหารอะโครโปลิส โดย Cable car นำท่านชม วิหารอะโครโปลิส (Acropolis) ซึ่งเป็นที่ขนานนามถึงประหนึ่งดังดินแดนแห่งเทพนิยายในสรวงสวรรค์ บริเวณเดียวกัน วิหารโอลิมเปียน เซอุส (Naos tou Olimpiou Dios - Olympieion) ปัจจุบันนี้เหลือแต่ส่วนฐานเท่านั้น แท่นบูชาถูกนำไปเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์เปอร์กามัมที่เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน ชม โรงละครอะโครโปลิส (Theater of Acropolis) เป็นโรงละครที่ชันที่สุดในโลก ตั้งอยู่ในทำเลที่สวยงามที่สุด จุผู้ชมได้มากถึง 10,000 คน อะโครโปลิส แปลว่า นครบนที่สูง ซึ่งเป็นโครงสร้างฐานในการป้องกันเมืองของอาณาจักรกรีกและโรมัน ซึ่งผู้ตั้งถิ่นฐานในสมัยนั้นมักเลือกที่สูง ซึ่งมักจะเป็นเนินเขาที่ด้านหนึ่งเป็นผาชัน และกลายเป็นศูนย์กลางของมหานครใหญ่ ที่เติบโตรุ่งเรืองอยู่บนที่ราบเบื้องล่างที่รายล้อมป้อมปราการเหล่านี้ จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองคูซาดาซึ เป็นเมืองท่าที่สำคัญทางการค้าอีกเมืองหนึ่งของตุรกี

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร นำท่านสู่ที่พัก ã ณ Ayma Beach Hotel หรือระดับเดียวกัน

วันที่ห้า เมืองโบราณเอฟฟิซุส-บ้านพระแม่มารี-เมืองปามุคคาเล่-ปราสาทปุยฝ้าย (ตุรกี)

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม จากนั้นนำท่านเข้าชม เมืองโบราณเอฟฟิซุส (City of Ephesus) อาคารที่เป็นสัญลักษณ์ของ นครเอฟฟิซุส คือ ห้องสมุดของเซลซุส Library of Celsus และอาคารสำคัญอีกแห่งคือวิหารแห่งจักรพรรดิเฮเดรียน Temple of Hadrian สร้างขึ้นถวายแด่จักรพรรดิเฮเดรียน ความโดเด่นของวิหารแห่งนี้คืออยู่ในสภาพที่สมบูรณ์มาก นอกจากนั้นสิ่งก่อสร้างที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในนครเอฟฟิซุส คือ โรงละคร Great Theatre ซึ่งสร้างโดยสกัดเข้าไปในไหล่เขาให้เป็นที่นั่ง สามารถจุคนได้ถึง 25,000 คน ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 10 ของประชากรในยุคนั้นสร้างสมัยกรีกโบราณ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ บ้านพระแม่มารี House of Virgin Mary ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นที่สุดท้ายที่พระแม่มารีมาอาศัยอยู่และสิ้นพระชนม์ในบ้านหลังนี้ ถูกค้นพบอย่างปาฏิหาริย์โดยแม่ชีตาบอดชาวเยอรมัน ชื่อ แอนนา แคเธอรีน เอมเมอริช Anna Catherine Emmerich ในปี ค.ศ. 1774-1824 ได้เขียนบรรยายสถานที่ไว้ในหนังสืออย่างละเอียดราวกับเห็นด้วยตาตนเอง เมื่อเธอเสียชีวิตลงมีคนพยายามสืบเสาะค้นหาบ้านหลังนี้ จนพบในปี ค.ศ. 1891 ปัจจุบันบ้านพระแม่มารีได้รับการบูรณะเป็นบ้านอิฐชั้นเดียว ภายในมีรูปปั้นของพระแม่มารี ซึ่งพระสันตะปาปา โป๊ปเบเนดิกส์ที่ 16 ได้เคยเสด็จเยือนที่นี่ บริเวณด้านนอกของบ้านมีก๊อกน้ำสามก๊อกที่เชื่อว่าเป็นก๊อกน้ำที่มีความศักดิ์สิทธิ์ แทนความเชื่อในเรื่องสุขภาพ ความร่ำรวย และความรัก ถัดจากก๊อกน้ำเป็น กำแพงอธิษฐาน ซึ่งมีความเชื่อว่า หากต้องการให้สิ่งที่ปรารถนาเป็นความจริงให้เขียนลงในผ้าฝ้าย แล้วนำไปผูกไว้แล้วอธิษฐาน จากนั้นนำท่านช้อปปิ้ง ณ ศูนย์ผลิตเสื้อหนังคุณภาพสูง ซึ่งตุรกีเป็นประเทศที่ผลิตหนังที่มีคุณภาพที่สุดอีกทั้งยังผลิตเสื้อหนังส่งให้กับแบรนด์ดังในอิตาลี เช่น Versace,Prada, Michael Kors อิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าได้ตามอัธยาศัย

กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองปามุคคาเล่ (Pamukkale) คำว่า “ปามุคคาเล่” ในภาษาตุรกี หมายถึง “ปราสาทปุยฝ้าย” Pamuk หมายถึง ปุยฝ้าย และ Kale หมายถึง ปราสาท เป็นน้ำตกหินปูนสีขาวที่เกิดขึ้นจากธารน้ำใต้ดินที่มีอุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นที่มีแร่หินปูน (แคลเซี่ยมออกไซด์) ผสมอยู่ในปริมาณที่สูงมาก ไหลรินลงมาจากภูเขา “คาลดากึ” ที่ตั้งอยู่ห่างออกไปทางทิศเหนือ รินเอ่อล้นขึ้นมาเหนือผิวดิน และทำปฏิกิริยาจับตัวแข็งเกาะกันเป็นริ้ว เป็นแอ่ง เป็นชั้น ลดหลั่นกันไปตามภูมิประเทศเกิดเป็นประติมากรรมธรรมชาติ อันสวยงามแปลกตาและ โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ยากจะหา ที่ใดเหมือนจนทำให้ ปามุคคาเล่ ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมในปีค.ศ.1988 นำท่าน เข้าชม ปราสาทปุยฝ้าย(ปามุคคาเล่) เมืองแห่งน้ำพุเกลือแร่ร้อน ชมหน้าผาที่ขาวกว้างใหญ่ด้านข้างของอ่างน้ำ เป็นรูปร่างคล้ายหอยแครงและน้ำตกแช่แข็ง ถ้ามองดูจะดูเหมือนสร้างจากหิมะ เมฆหรือปุยฝ้าย น้ำแร่ที่ไหลลงมาแต่ละชั้นจะแข็งเป็นหินปูน ห้อยย้อยเป็นรูปร่างต่าง ๆ อย่างมหัศจรรย์ น้ำแร่นี้มีอุณหภูมิประมาณ 33-35 องศาเซลเซียส ประชาชนจึงนิยมไปอาบหรือนำมาดื่ม เพราะเชื่อว่ามีคุณสมบัติในการรักษาโรคหัวใจ โรคไขข้ออักเสบ ความดันโลหิตสูง โรคทางเดินปัสสาวะ และโรคไต ในอดีตกาลชาวโรมันเชื่อว่าน้ำพุร้อนสามารถรักษาโรคได้ นำท่านชมเมืองโบราณเฮียราโพลิส (Hierapolis) ในอดีตเป็นสถานที่บำบัดโรค ก่อตั้งโดยกษัตริย์ยูเมเนสที่1แห่งแพร์กามุม ในปี 190 ก่อนคริสต์กาล สถานที่แห่งนี้มีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นหลายครั้งหลังปี ค.ศ 1334 จึงไม่มีคนอาศัยอยู่อีก ศูนย์กลางของ เฮียราโพลิสเป็นบ่อน้ำที่ศักสิทธิ์ ซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ในปามุคคาเล สถานที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ พิพิธภัณฑ์ปามุคคาเล โรงอาบน้ำโรมัน โบสถ์สมัยไบแซนไทน์

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร นำท่านสู่ที่พัก ã ณ Halıcı Hotel หรือระดับเดียวกัน

วันที่หก ปามุคคาเล่-คาราวานซาราย-คัปปาโดเกีย (ตุรกี)

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองคัปปาโดเกีย (Cappadocia) เป็นบริเวณที่อยู่ระหว่าง ทะเลดำ กับ ภูเขาเทารุส มีความสำคัญมาแต่โบราณกาล เพราะเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายไหม เส้นทางค้าขายแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ที่ทอดยาวจากตุรกีไปจนถึงประเทศจีน ระหว่างทางท่านจะผ่านเมืองคอนย่า (Konya) เป็นเมืองที่ นิยมใช้เป็นจุดพักของการเดินทางในอดีตเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเซลจุกเติร์ก ซึ่งเป็นอาณาจักรแห่งแรกของชาวเติร์กในตุรกี หรือที่ยุคนั้นเรียก อนาโตเลีย เป็นอู่ข้าวอู่น้ำของประเทศ

กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองคัปปาโดเกีย (Cappadocia) ระหว่างทางให้ท่านได้แวะพักเปลี่ยนอิริยาบถด้วยการเข้าชม Caravansarine เป็นที่พักแรมของพ่อค้าชาว เติร์ก สมัยออตโตมัน ที่ยิ่งใหญ่ รวมถึงกองคาราวานที่เดินทางมาค้าขายจากเอเชียในยุคของการค้าขายบนเส้นทางสายไหมที่มี

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านชม “ระบำหน้าท้อง” (Belly Dance) ประกอบดนตรีของสาวน้อยชาวตุรกีพร้อมเครื่องดื่มฟรีระหว่างรับชมโชว์ ถึงเวลาอันสมควรนำท่านสู่ที่พัก ã ณ Alp Hotel หรือระดับเดียวกัน

วันที่เจ็ด คัปปาโดเกีย-ทัวร์เสริมนั่งบอลลูน หรือ จีฟซาฟารี-พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่-นครใต้ดิน-กรุงอังคาร่า (ตุรกี)

05.00 น. สำหรับท่านที่สนใจ ซื้อทัวร์เสริมขึ้นบอลลูน ชมพระอาทิตย์ยามเช้า หรือ ทัวร์จีฟซาฟารี พร้อมกัน ณ บริเวณล๊อบบี้ของโรงแรม(ทัวร์นั่งบอลลูนนี้และจีฟซาฟารีไม่ได้รวมอยู่ในค่าทัวร์) หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะมารอรับท่าน เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ที่ไม่ควรพลาด (สำหรับท่านที่ไม่ได้ซื้อ ทัวร์ขึ้นบอลลูนและทัวร์จีฟซาฟารี อิสระพักผ่อนที่โรงแรมได้ตามอัธยาศัย)

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม จากนั้นนำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ (Goreme Open Air Museum) ซึ่งเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ในช่วง ค.ศ. 9 ซึ่งเป็นความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนาโดยการขุดถ้ำเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างโบสถ์ และยังเป็นการป้องกันการรุกรานของชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์ ชม โบสถ์เซนต์บาร์บารา St. Barbar Church โบสถ์มังกร Snake Church และ โบสถ์แอปเปิ้ล Apple Church ให้ท่านได้ถ่ายรูปกับภูเขารูปทรงต่าง ๆ ได้ตามอัธยาศัย จากนั้นนำท่านชม นครใต้ดิน เกิดจากการขุดเจาะพื้นดินลึกลงไปใต้ผืนดิน เพื่อใช้เป็นที่หลบภัยจากข้าศึกศัตรูนครใต้ดิน เมืองใต้ดินแห่งนี้มีครบเครื่องทุกอย่างทั้งห้องโถง ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องถนอมอาหาร ห้องครัว ห้องอาหาร โบสถ์ ทางหนีฉุกเฉิน ฯลฯ

กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเข้าชมโรงงานผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่มีชื่อเสียงของตุรกี ชมโรงงานทอพรม (Carpet) โรงงานเซรามิค (Pottery) และร้านจิวเวอร์รี่ Jewellery อิสระกับการเลือกซื้อสินค้าและของที่ระลึกได้ตามอัธยาศัยจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ กรุงอังคาร่า (Ankara) ซึ่งเป็นเมืองหลวงที่ตั้งอยู่บริเวณกลางคาบสมุทรอานาโตเลีย เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองรองจากอิสตันบูลระหว่างทางแวะเที่ยวชมความสวยงามของทะเลสาบเกลือ(LAKE TUZ)

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร นำท่านสู่ที่พัก ã ณ Royal Carine Hotel หรือระดับเดียวกัน

วันที่แปด กรุงอังคาร่า-อีสตันบูล-พระราชวังโดลมาบาเช่ (ตุรกี)

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านออกเดินทางไปยัง กรุงอีสตันบูล (Istanbul) เป็นมหานครของสองทวีป/เอเซียและยุโรป เป็นเมืองที่มีความงดงามในประวัติศาสตร์โลกมานานหลายศตวรรษ นับแต่ยุคสมัยของกรีกและโรมัน ในสมัยของพวกกรีก ก็คือเมืองไบแซนติอุม มีอายุอยู่ในระหว่าง 675 ปีก่อนคริสตกาล จนถึงปี ค.ศ.330 จึงได้เสียให้แก่อาณาจักรโรมัน  และเคยเป็นเมืองหลวงของโรมันทางด้านตะวันออก ในนามของ กรุงคอนสแตนติโนเปิล จนกระทั่งถึง ค.ศ.1453 จึงได้ถูกพวกออตโตมาน ทำลายลงและเปลี่ยนชื่อมาเป็น อีสตันบูล และได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1985

กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเข้าชม พระราชวังโดลมาบาเช่ เป็นพระราชวังที่สะท้อนให้เห็นถึงความเจริญอย่างสูงสุดทั้งทางวัฒนธรรมและทางวัตถุของจักรวรรดิออตโตมัน ใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้น 12 ปี เป็นศิลปะผสมผสานของยุโรปและตะวันออกที่ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม และไม่คำนึงถึงความสิ้นเปลืองใด ๆ ทั้งสิ้น ภายนอกประกอบด้วยสวนไม้ดอกรายล้อมพระราชวังซึ่งอยู่เหนืออ่าวเล็ก ๆ ที่ ช่องแคบบอสฟอรัส ภายในประกอบด้วยห้องหับต่าง ๆ และฮาเร็ม ตกแต่งด้วยโคมระย้า บันไดลูกกรงแก้วเจียระไน และโคมไฟมหึมาที่มีนำหนักกว่า 4.5 ตัน

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร นำท่านสู่ที่พัก ã ณ Golden Way Hotel หรือระดับเดียวกัน

วันที่เก้า อีสตันบูล-ตลาดสไปซ์ มาร์เก็ต-สนามบิน (ตุรกี-ยูเออี)

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม จากนั้นนำท่านสู่ย่านช้อปปิ้ง ตลาดสไปซ์ มาร์เก็ต หรือตลาดเครื่องเทศ ท่านสามารถเลือกซื้อของฝากได้ในราคาย่อมเยา ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับ ชาหรือกาแฟ รวมถึงผลไม้อบแห้งอันเลื่องชื่อของตุรกี อย่าง แอปปลิคอท หรือจะเป็นถั่วพิทาชิโอ ฯลฯ ถึงเวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่สนามบิน

15.45 น. ออกเดินทางสู่ เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 120

(บริการอาหารและ เครื่องดื่มบนเครื่องบิน)

21.00 น. ถึง สนามบินเมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แวะเปลี่ยนเครื่อง  

22.30 น. เดินทางสู่ สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 374 (บริการอาหารและ เครื่องดื่มบนเครื่องบิน)

วันที่สิบ กรุงเทพฯ-สนามบินสุวรรณภูมิ (ยูเออี-ไทย)

07.35 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ  โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ

บริษัททัวร์ในฝัน

• ข้อมูลท่องเที่ยว

• ผลงานที่ผ่านมา

• คำถามที่พบบ่อย

บริษัทดรีม เดสติเนชั่น ทัวร์

ติดตามเราบน Facebook

"ท่องเที่ยวจุดปลายฝันกับเรา

          ดรีม เดสติเนชั่น ทัวร์"

Tax ID : 0105556137438
Travel License : 11/07359

ที่ตั้ง : 799/8 ซอยลาดพร้าว 80 แขวง วังทองหลาง

          เขต วังทองหลาง กรุงเทพ 10310

          (หมู่บ้าน Space ลาดพร้าว เหม่งจ๋าย)

02-096-1557-59

ศูนย์บริการลูกค้า

Copyright © 2019 DREAM DESTINATIONS TOUR