วันแรก กรุงเทพฯ (ไทย)

17.30 น. คณะเดินทางพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิอาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4ประตู 9แถว T สายการบินเอมิเรตส์ แอร์ไลน์ (EK) เจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวก

21.05 น. ออกเดินทางสู่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK373

(บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)

วันที่สอง ดูไบ-มิลาน-เวนิส เมสเตร้-เกาะเวนิส-จัตุรัสซานมาร์โค (ดูไบ-อิตาลี)

00.50 น. เดินทางถึงเมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แวะเปลี่ยนเครื่อง

03.35 น. ออกเดินทางสู่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK101

(บริการ  อาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)

08.15 น. เดินทางถึง เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี หลังผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและสัมภาระแล้ว นำท่านเดินทางสู่ เวนิส เมสเตร้ แคว้นเวเนเซีย (Venezia) ดินแดนแสนโรแมนติก เป็นเมืองที่ไม่เหมือนใคร โดยใช้เรือแทนรถ ใช้คลองแทนถนน มีสมญานามว่าเป็น “ราชินีแห่งทะเลเอเดรียติก” มีเกาะน้อยใหญ่กว่า 118 เกาะและมีสะพานเชื่อมถึงกันกว่า 400 แห่ง ขึ้นฝั่งที่บริเวณซานมาร์โค ศูนย์กลางของเกาะเวนิส

เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ ท่าเรือตรอนเคตโต้ เพื่อเตรียมตัวนั่งเรือข้ามสู่เกาะเวนิส จากนั้นนำท่านเดินชมความงามของเกาะเวนิส ชม สะพานถอนหายใจ ที่มีเรื่องราวน่าสนใจในอดีต เมื่อนักโทษที่เดินออกจากห้องพิพากษาไปสู่คุกจะได้มีโอกาสเห็นแสงสว่างและโลกภายนอกเป็นครั้งสุดท้าย ระหว่างเดินผ่านช่องหน้าต่างที่สะพานนี้ ซึ่งเชื่อมต่อกับ วังดอดจ์ อันเป็นสถานที่พำนักของเจ้าผู้ครองนครเวนิสในอดีต ซึ่งนักโทษชื่อดังที่เคยเดินผ่านสะพานนี้มาเเล้วคือคาสโนว่านั่นเอง นำท่านถ่ายรูปบริเวณ จัตุรัสซานมาร์โค ที่นโปเลียนเคยกล่าวไว้ว่า “เป็นห้องนั่งเล่นที่สวยที่สุดในยุโรป” จัตุรัสถูกล้อมรอบด้วยอาเขตอันงดงาม รวมทั้งโบสถ์ซานมาร์โค ที่มีโดมใหญ่ 5 โดมตามแบบศิลปะไบแซนไทน์ จากนั้นอิสระให้ท่านได้มีเวลาเที่ยวชมเกาะอันแสนโรแมนติก เช่น ล่องเรือกอนโดลา, ชมโบสถ์ซานมาร์โค, เลือกซื้อสินค้าของที่ระลึกตามอัธยาศัย อาทิเช่น เครื่องแก้วมูราโน่,หน้ากากเวนิส หรือนั่งจิบกาแฟในร้าน  Cafe Florian ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1720 เป็นต้น ถึงเวลาอันสมควรนำท่านเดินทางกลับสู่ เวนิส เมสเตร้ โดยเรือ

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร นำท่านเข้าสู่ที่พักã ณ Russott Hotel หรือระดับเดียวกัน

วันที่สาม เมืองโบโลญญ่า-ย่านเมืองเก่า-ปิซ่า-หอเอนแห่งเมืองปิซ่า (อิตาลี)

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านเดินทางสู่ เมืองโบโลญญ่า Bologna เมืองหลวงของแคว้นเอมิเลียโรมัญญา 1 ใน 20 แคว้นของประเทศอิตาลี โดยตัวเมืองนั้นตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำโปกับเทือกเขาอัลเพนไพน์ นอกจากนั้นยังเป็นหนึ่งในเมืองยุคกลางที่ได้รับการรักษาไว้เป็นอย่างดีที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป และยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดคือ Alma Mater Studiorum เดินชมบริเวณจัตุรัสมัจโจเร่ Piazza Maggiore จัตุรัสขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเก่า ที่ล้อมรอบด้วยโบสถ์ซานเปโตรนิโอ ที่สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่นักบุญเปโตรนิโอพระสังฆราชองค์แรกของโบโลญญ่า รวมถึงซิตี้ฮอลล์หรือศาลาว่าการเมือง ลานน้ำพุเทพเนปจูนและอาคารปาวาซโซ่ เดล โพเดสตา อิสระให้ท่านเดินเล่นชมเมืองและถ่ายรูปตามอัธยาศัย

เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองปิซ่า (Pisa) เมืองแห่งศิลปะที่สำคัญของอิตาลี เป็นเมืองเล็กๆอยู่ทางตะวันตกของ Florence ด้านตะวันตกของเมืองติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน แม้ว่าจะเป็นเมืองเล็กๆ แต่ Pisa ก็เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วโลก นำท่านเข้าสู่บริเวณ จัตุรัสดูโอโมแห่งปิซ่า หรือ จัตุรัสกัมโป เดย์ มีราโกลี (Compo Dei Miracoli) ที่ประกอบด้วยกลุ่มอาคารสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์ โดยเริ่มจากหอพิธีเจิมน้ำมนต์ (Baptistry of St. John) ที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลี ชมมหาวิหารดูโอโม (Duomo) ที่งดงามและหอเอนแห่งเมืองปิซ่าอันเลื่องชื่อ นำท่านถ่ายภาพคู่กับ หอเอนปิซ่า (Leaning Tower of Pisa) สัญลักษณ์แห่งเมืองปิซ่า 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง เริ่มสร้างเมื่อปี ค.ศ.1173 ใช้เวลาสร้างประมาณ 175 ปี แต่ระหว่างการก่อสร้างต้องหยุดชะงักลงไปเมื่อสร้างไปได้ถึงชั้น 3 ก็เกิดการยุบตัวของฐานขึ้นมา และต่อมาก็มีการสร้างหอต่อเติมขึ้นอีกจนแล้วเสร็จ โดยใช้เวลาสร้างทั้งหมดถึง 177 ปี โดยที่หอเอนปิซ่านี้ กาลิเลโอ บิดาแห่งวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นชาวอิตาเลี่ยนได้ใช้เป็นสถานที่ทดลองทฤษฎีแรงโน้มถ่วงของโลกที่ว่า สิ่งของสองชิ้น น้ำหนักไม่เท่ากัน ถ้าปล่อยสิ่งของทั้งสองชิ้นจากที่สูงพร้อมกัน ก็จะตกถึงพื้นพร้อมกัน จากนั้นให้ท่านอิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าที่ระลึกราคาถูก ที่มีร้านค้าเรียงรายอยู่มากมาย

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร นำท่านเข้าสู่ที่พักãณ Hotel Galilei หรือระดับเดียวกัน

วันที่สี่ ลา สเปเซีย-ชิงเคว เทเร-เมืองเจนัว-มหาวิหารซานลอเรนโซ (อิตาลี)

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านเดินทางด้วยรถโค้ชสู่ เมืองลา สเปเซีย (La Spezia) จากนั้นนำท่านเดินทางต่อด้วยรถไฟสู่หมู่บ้านมรดกโลกและอุทยานแห่งชาติ ชิงเคว เทเร (Cinque Terre) Cinque Terre อ่านว่า ชิงเคว เทเร หรือแปลในความหมายตามภาษาอังกฤษก็คือ The Five Land แดนมหัศจรรย์ทั้ง 5 ที่ประกอบกันขึ้นมาเป็นดินแดนแห่งความงดงาม หมู่บ้านเล็กๆ 5 หมู่บ้านที่ซ่อนตัวเองอยู่ห่างไกลจากสายตาของคนภายนอก แผ่นดินที่ยากจะเข้าถึงได้โดยง่าย หมู่บ้านเล็กๆ 5 หมู่บ้านที่ตั้งเรียงอยู่มิห่างกัน ประกอบไปด้วย Monterosso al Mare (มอนเตรอสโซ อัล มาเร), Vernazza (เวร์นาซซา), Corniglia (คอร์นีเลีย) , Manarola (มานาโรลา) และ Riomaggiore (ริโอมัจจอร์เร) อันด้วยทำเลที่ตั้งของทั้งห้าหมู่บ้าน ทั้งหมดอยู่บนภูเขาสูง โดนมีหน้าผาสูงชัน และทะเลกว้างใหญ่เป็นฉากหน้า ทำให้มีความสวยงามประดุจดังภาพวาด จึงเป็นอุปสรรคสำหรับผู้คนจากภายนอกในการที่จะเข้าไปให้ถึงเพชรกลางมงกุฎเม็ดนี้ยิ่งนัก แต่ในแง่ดีก็คือ หมู่บ้านทั้งห้า ยังคงสภาพดั้งเดิมของมันมาได้ตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 จึงไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจแต่อย่างใด ที่มันจะได้รับการคุ้มครองจาก UNESCO ให้เป็นมรดกโลก จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเลแวนโต (Levanto)

เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองเจนัว เมืองใหญ่สุดของ อิตาลีทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือ อาจเป็นจุดแรกที่จุดประกายความหวังและจิตนาการของโคลัมบัสที่จะก้าวผ่านผืนน้ำกว้างใหญ่ไปยังโลกที่เขาใฝ่ฝัน นำท่านถ่ายรูปบริเวณอ่าวเจนัว อันเป็นท่าเทียบเรือสาราญ เรือยอชท์หรู เรือใบสีขาวละลานตา และยังคงมีเรือโบราณจาลองขนาดยักษ์ ดูปืนไฟ สลักเสลาด้วยรูปปั้นอันวิจิตรคล้ายย้ำเตือนให้ระลึกถึงความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของชาวเมืองเจนัวคน นำท่านถ่ายรูปด้านหน้า มหาวิหารซานลอเรนโซ หรือ ดูโอโม่ที่สร้างขึ้นในแบบโรมันเนสค์และโกธิค ในสมัยศตวรรษที่ 12-14 และน้ำพุ กลางเมือง นำท่านเยี่ยมชม เปียซซ่า เฟร์ รารี่ ซึ่งสถานที่แห่งนี้เคยเป็นบริเวณที่โคลัมบัสเคยอาศัยอยู่เมื่อครั้งตอนเด็กๆ อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าของที่ระลึกตามอัธยาศัย

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Holiday Inn Genoa City หรือระดับเดียวกัน

วันที่ห้า เมืองเจนัว-Serravalle Designer Outlet-กรุงมิลาน (อิตาลี)

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ Serravalle Designer Outletเป็นสถานที่ที่รวมสินค้าแฟชั่นแบรนด์เนมจากหลากหลายเมืองและจากดีไซเนอร์ชั้นนำระดับแถวหน้าของอิตาลี มีร้านค้าแฟชั่นและสินค้าต่างๆกว่า 180 ร้าน ทั้ง Versace, Dolce & Gabbana, Prada, Roberto Cavalli, Bulgari, Trussardi, Calvin Klein ,Diesel,Camper,Furla, Moschino, Bulgari, Bose, และอื่นๆ โดยสินค้าแฟชั่นจะลดราคาตั้งแต่ 30% - 70% ตลอดทั้งปี อิสระอาหารกลางวันเพื่อความสะดวกในการท่องเที่ยว ถึงเวลอันสมควรนำท่าน เดินทางสู่ กรุงมิลาน (MILAN) เมืองสำคัญทาง ภาคเหนือของอิตาลี ตั้งอยู่บริเวณที่ราบลอมบาร์ดี ชื่อเมืองมิลานมาจากภาษาเซลต์คำว่า MID-LAN ซึ่งหมายถึงอยู่กลางที่ราบ มีชื่อเสียงในด้านแฟชั่นและศิลปะ

ค่ำ  บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร นำท่านเข้าสู่ที่พักã ณ Klima Hotel Milano Fiere หรือระดับเดียวกัน

วันที่หก มิลาน-มหาวิหารดูโอโม่-ทะเลสาบโคโม่-สนามบิน-ดูไบ (อิตาลี – ยูเออี)

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ปิอาซซ่า เดล ดูโอโม่ (Piazza Del Duomo) ซึ่งเป็นที่ตั้งของ มหาวิหารแห่งเมืองมิลาน หรือที่เรียกว่าดูโอโม่ (DUOMO)ชื่อนี้ไว้ใช้เรียกมหาวิหารประจำเมือง สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1386 แล้วเสร็จ 400 กว่าปีหลังจากนั้น ด้านนอกเป็นยอดแหลม 135 ยอด จึงมีชื่อเรียกว่า "มหาวิหารเม่น" มีรูปสลักหินอ่อนจากยุคต่างๆ ประดับอยู่กว่าสามพันรูป บนยอดของมหาวิหารมีรูปปั้นทองขนาด 4 เมตร ของพระแม่มาดอนน่า และบริเวณนั้นยังเป็นศูนย์กลางแหล่งชุมนุมของผู้คนมาทุกยุคสมัย อิสระให้ท่านได้ถ่ายรูปตามอัธยาศัยและช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนม ซึ่งมีจำหน่ายมากมายในบริเวณ กัลเลเรีย วิตโตรีโอ เอมานูเอล หรือจะเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองตามอัธยาศัย

เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองโคโม่ เป็นเมืองในแคว้นลอมบาร์เดีย ตั้งอยู่บริเวณพรมแดนกับประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โคโมเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในเทือกเขาแอลป์ ทิศเหนือของเมืองอยู่ติดกับทะเลสาบโคโม โคโมเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งหนึ่ง อิสระให้ท่านได้เดินเล่นบริเวณทะเลสาบโคโม (Lago di Como) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นทะเลสาบที่สวยงามที่สุดของอิตาลี ตั้งอยู่ใกล้กับเมืองโคโม ในแคว้นลอมบาร์เดีย ทางเหนือของประเทศอิตาลี บริเวณเชิงเทือกเขาแอลป์ ทะเลสาบโคโมล้อมรอบด้วยภูเขาสูงที่ยังมีป่าไม้เขียวชะอุ่ม หลายจุดบนชายฝั่งเป็นช่องเขาแคบและหน้าผาที่สวยงาม ทางเหนือของทะเลสาบคือเทือกเขาแอลป์ยาวเหยียดสุดสายตาเป็นกำแพงธรรมชาติที่สร้างฉากหลังอันงดงามอลังการให้กับดินแดนบริเวณนี้ เทือกเขาแอลป์นั้นมีหิมะปกคลุมอยู่ตลอดปี จึงทำให้สามารถเล่นสกีหิมะได้ตลอดเวลา นี่คือจุดดึงดูงให้ผู้คนจากทั่วโลกหลั่งไหลมาท่องเที่ยวพักผ่อนกันอย่างไม่ขาดสาย สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่สนามบิน

22.20 น. ออกเดินทางสู่เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยสายการบินเอมิเรตส์ แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ EK092

(บริการอาหารและ เครื่องดื่มบนเครื่องบิน)

วันที่เจ็ด ดูไบ-กรุงเทพฯ (ยูเออี-ไทย)

06.25 น. เดินทางถึงเมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แวะเปลี่ยนเครื่อง

09.40 น. ออกเดินทางสู่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบินเอมิเรตส์ แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ EK 372

(บริการอาหารและ เครื่องดื่มบนเครื่องบิน)

18.55 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ  โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ

12 มีนาคม - 7 กรกฏาคม 2563

วันเดินทาง

สายการบินเอมิเรตส์ (Emirates)

สายการบิน

รหัส : Ek033

โปรแกรมทัวร์ : อิตาลีเหนือ 7 วัน 4 คืน

รายละเอียดโปรแกรม :  เกาะเวนิส จัตุรัสซานมาร์โค เมืองโบโลญญ่า หอเอนปีซ่า ลา สเปเซีย ชิงเคว่ เทเร มหาวิหารดูโอโม่

ทะเลสาบโคโม่ ช้องปิ้ง Serravalle Designer Outlet

ราคาเริ่มต้น : 39,900 TH

line-logo.png

ดาวน์โหลดใบสั่งจองโปรแกรมทัวร์

** รายการทัวร์ทางหน้าเว็บไซต์ เป็นการนำเสนอรายการเบื้องต้นเท่านั้น กรุณาติดต่อแผนกเซลล์ เพื่อขอรายการทัวร์ทุกครั้ง

2

1

3

4

6

5

7

วันแรก กรุงเทพฯ (ไทย)

17.30 น. คณะเดินทางพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิอาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4ประตู 9แถว T สายการบินเอมิเรตส์ แอร์ไลน์ (EK) เจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวก

21.05 น. ออกเดินทางสู่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK373

(บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)

วันที่สอง ดูไบ-มิลาน-เวนิส เมสเตร้-เกาะเวนิส-จัตุรัสซานมาร์โค (ดูไบ-อิตาลี)

00.50 น. เดินทางถึงเมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แวะเปลี่ยนเครื่อง

03.35 น. ออกเดินทางสู่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK101

(บริการ  อาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)

08.15 น. เดินทางถึง เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี หลังผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและสัมภาระแล้ว นำท่านเดินทางสู่ เวนิส เมสเตร้ แคว้นเวเนเซีย (Venezia) ดินแดนแสนโรแมนติก เป็นเมืองที่ไม่เหมือนใคร โดยใช้เรือแทนรถ ใช้คลองแทนถนน มีสมญานามว่าเป็น “ราชินีแห่งทะเลเอเดรียติก” มีเกาะน้อยใหญ่กว่า 118 เกาะและมีสะพานเชื่อมถึงกันกว่า 400 แห่ง ขึ้นฝั่งที่บริเวณซานมาร์โค ศูนย์กลางของเกาะเวนิส

เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ ท่าเรือตรอนเคตโต้ เพื่อเตรียมตัวนั่งเรือข้ามสู่เกาะเวนิส จากนั้นนำท่านเดินชมความงามของเกาะเวนิส ชม สะพานถอนหายใจ ที่มีเรื่องราวน่าสนใจในอดีต เมื่อนักโทษที่เดินออกจากห้องพิพากษาไปสู่คุกจะได้มีโอกาสเห็นแสงสว่างและโลกภายนอกเป็นครั้งสุดท้าย ระหว่างเดินผ่านช่องหน้าต่างที่สะพานนี้ ซึ่งเชื่อมต่อกับ วังดอดจ์ อันเป็นสถานที่พำนักของเจ้าผู้ครองนครเวนิสในอดีต ซึ่งนักโทษชื่อดังที่เคยเดินผ่านสะพานนี้มาเเล้วคือคาสโนว่านั่นเอง นำท่านถ่ายรูปบริเวณ จัตุรัสซานมาร์โค ที่นโปเลียนเคยกล่าวไว้ว่า “เป็นห้องนั่งเล่นที่สวยที่สุดในยุโรป” จัตุรัสถูกล้อมรอบด้วยอาเขตอันงดงาม รวมทั้งโบสถ์ซานมาร์โค ที่มีโดมใหญ่ 5 โดมตามแบบศิลปะไบแซนไทน์ จากนั้นอิสระให้ท่านได้มีเวลาเที่ยวชมเกาะอันแสนโรแมนติก เช่น ล่องเรือกอนโดลา, ชมโบสถ์ซานมาร์โค, เลือกซื้อสินค้าของที่ระลึกตามอัธยาศัย อาทิเช่น เครื่องแก้วมูราโน่,หน้ากากเวนิส หรือนั่งจิบกาแฟในร้าน  Cafe Florian ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1720 เป็นต้น ถึงเวลาอันสมควรนำท่านเดินทางกลับสู่ เวนิส เมสเตร้ โดยเรือ

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร นำท่านเข้าสู่ที่พักã ณ Russott Hotel หรือระดับเดียวกัน

วันที่สาม เมืองโบโลญญ่า-ย่านเมืองเก่า-ปิซ่า-หอเอนแห่งเมืองปิซ่า (อิตาลี)

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านเดินทางสู่ เมืองโบโลญญ่า Bologna เมืองหลวงของแคว้นเอมิเลียโรมัญญา 1 ใน 20 แคว้นของประเทศอิตาลี โดยตัวเมืองนั้นตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำโปกับเทือกเขาอัลเพนไพน์ นอกจากนั้นยังเป็นหนึ่งในเมืองยุคกลางที่ได้รับการรักษาไว้เป็นอย่างดีที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป และยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดคือ Alma Mater Studiorum เดินชมบริเวณจัตุรัสมัจโจเร่ Piazza Maggiore จัตุรัสขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเก่า ที่ล้อมรอบด้วยโบสถ์ซานเปโตรนิโอ ที่สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่นักบุญเปโตรนิโอพระสังฆราชองค์แรกของโบโลญญ่า รวมถึงซิตี้ฮอลล์หรือศาลาว่าการเมือง ลานน้ำพุเทพเนปจูนและอาคารปาวาซโซ่ เดล โพเดสตา อิสระให้ท่านเดินเล่นชมเมืองและถ่ายรูปตามอัธยาศัย

\

เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองปิซ่า (Pisa) เมืองแห่งศิลปะที่สำคัญของอิตาลี เป็นเมืองเล็กๆอยู่ทางตะวันตกของ Florence ด้านตะวันตกของเมืองติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน แม้ว่าจะเป็นเมืองเล็กๆ แต่ Pisa ก็เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วโลก นำท่านเข้าสู่บริเวณ จัตุรัสดูโอโมแห่งปิซ่า หรือ จัตุรัสกัมโป เดย์ มีราโกลี (Compo Dei Miracoli) ที่ประกอบด้วยกลุ่มอาคารสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์ โดยเริ่มจากหอพิธีเจิมน้ำมนต์ (Baptistry of St. John) ที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลี ชมมหาวิหารดูโอโม (Duomo) ที่งดงามและหอเอนแห่งเมืองปิซ่าอันเลื่องชื่อ นำท่านถ่ายภาพคู่กับ หอเอนปิซ่า (Leaning Tower of Pisa) สัญลักษณ์แห่งเมืองปิซ่า 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง เริ่มสร้างเมื่อปี ค.ศ.1173 ใช้เวลาสร้างประมาณ 175 ปี แต่ระหว่างการก่อสร้างต้องหยุดชะงักลงไปเมื่อสร้างไปได้ถึงชั้น 3 ก็เกิดการยุบตัวของฐานขึ้นมา และต่อมาก็มีการสร้างหอต่อเติมขึ้นอีกจนแล้วเสร็จ โดยใช้เวลาสร้างทั้งหมดถึง 177 ปี โดยที่หอเอนปิซ่านี้ กาลิเลโอ บิดาแห่งวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นชาวอิตาเลี่ยนได้ใช้เป็นสถานที่ทดลองทฤษฎีแรงโน้มถ่วงของโลกที่ว่า สิ่งของสองชิ้น น้ำหนักไม่เท่ากัน ถ้าปล่อยสิ่งของทั้งสองชิ้นจากที่สูงพร้อมกัน ก็จะตกถึงพื้นพร้อมกัน จากนั้นให้ท่านอิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าที่ระลึกราคาถูก ที่มีร้านค้าเรียงรายอยู่มากมาย

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร นำท่านเข้าสู่ที่พักãณ Hotel Galilei หรือระดับเดียวกัน

วันที่สี่ ลา สเปเซีย-ชิงเคว เทเร-เมืองเจนัว-มหาวิหารซานลอเรนโซ (อิตาลี)

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านเดินทางด้วยรถโค้ชสู่ เมืองลา สเปเซีย (La Spezia) จากนั้นนำท่านเดินทางต่อด้วยรถไฟสู่หมู่บ้านมรดกโลกและอุทยานแห่งชาติ ชิงเคว เทเร (Cinque Terre) Cinque Terre อ่านว่า ชิงเคว เทเร หรือแปลในความหมายตามภาษาอังกฤษก็คือ The Five Land แดนมหัศจรรย์ทั้ง 5 ที่ประกอบกันขึ้นมาเป็นดินแดนแห่งความงดงาม หมู่บ้านเล็กๆ 5 หมู่บ้านที่ซ่อนตัวเองอยู่ห่างไกลจากสายตาของคนภายนอก แผ่นดินที่ยากจะเข้าถึงได้โดยง่าย หมู่บ้านเล็กๆ 5 หมู่บ้านที่ตั้งเรียงอยู่มิห่างกัน ประกอบไปด้วย Monterosso al Mare (มอนเตรอสโซ อัล มาเร), Vernazza (เวร์นาซซา), Corniglia (คอร์นีเลีย) , Manarola (มานาโรลา) และ Riomaggiore (ริโอมัจจอร์เร) อันด้วยทำเลที่ตั้งของทั้งห้าหมู่บ้าน ทั้งหมดอยู่บนภูเขาสูง โดนมีหน้าผาสูงชัน และทะเลกว้างใหญ่เป็นฉากหน้า ทำให้มีความสวยงามประดุจดังภาพวาด จึงเป็นอุปสรรคสำหรับผู้คนจากภายนอกในการที่จะเข้าไปให้ถึงเพชรกลางมงกุฎเม็ดนี้ยิ่งนัก แต่ในแง่ดีก็คือ หมู่บ้านทั้งห้า ยังคงสภาพดั้งเดิมของมันมาได้ตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 จึงไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจแต่อย่างใด ที่มันจะได้รับการคุ้มครองจาก UNESCO ให้เป็นมรดกโลก จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเลแวนโต (Levanto)

เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองเจนัว เมืองใหญ่สุดของ อิตาลีทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือ อาจเป็นจุดแรกที่จุดประกายความหวังและจิตนาการของโคลัมบัสที่จะก้าวผ่านผืนน้ำกว้างใหญ่ไปยังโลกที่เขาใฝ่ฝัน นำท่านถ่ายรูปบริเวณอ่าวเจนัว อันเป็นท่าเทียบเรือสาราญ เรือยอชท์หรู เรือใบสีขาวละลานตา และยังคงมีเรือโบราณจาลองขนาดยักษ์ ดูปืนไฟ สลักเสลาด้วยรูปปั้นอันวิจิตรคล้ายย้ำเตือนให้ระลึกถึงความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของชาวเมืองเจนัวคน นำท่านถ่ายรูปด้านหน้า มหาวิหารซานลอเรนโซ หรือ ดูโอโม่ที่สร้างขึ้นในแบบโรมันเนสค์และโกธิค ในสมัยศตวรรษที่ 12-14 และน้ำพุ กลางเมือง นำท่านเยี่ยมชม เปียซซ่า เฟร์ รารี่ ซึ่งสถานที่แห่งนี้เคยเป็นบริเวณที่โคลัมบัสเคยอาศัยอยู่เมื่อครั้งตอนเด็กๆ อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าของที่ระลึกตามอัธยาศัย

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Holiday Inn Genoa City หรือระดับเดียวกัน

วันที่ห้า เมืองเจนัว-Serravalle Designer Outlet-กรุงมิลาน (อิตาลี)

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ Serravalle Designer Outletเป็นสถานที่ที่รวมสินค้าแฟชั่นแบรนด์เนมจากหลากหลายเมืองและจากดีไซเนอร์ชั้นนำระดับแถวหน้าของอิตาลี มีร้านค้าแฟชั่นและสินค้าต่างๆกว่า 180 ร้าน ทั้ง Versace, Dolce & Gabbana, Prada, Roberto Cavalli, Bulgari, Trussardi, Calvin Klein ,Diesel,Camper,Furla,

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Moschino, Bulgari, Bose, และอื่นๆ โดยสินค้าแฟชั่นจะลดราคาตั้งแต่ 30% - 70% ตลอดทั้งปี อิสระอาหารกลางวันเพื่อความสะดวกในการท่องเที่ยว ถึงเวลอันสมควรนำท่าน เดินทางสู่ กรุงมิลาน (MILAN) เมืองสำคัญทาง ภาคเหนือของอิตาลี ตั้งอยู่บริเวณที่ราบลอมบาร์ดี ชื่อเมืองมิลานมาจากภาษาเซลต์คำว่า MID-LAN ซึ่งหมายถึงอยู่กลางที่ราบ มีชื่อเสียงในด้านแฟชั่นและศิลปะ

ค่ำ  บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร นำท่านเข้าสู่ที่พักã ณ Klima Hotel Milano Fiere หรือระดับเดียวกัน

วันที่หก มิลาน-มหาวิหารดูโอโม่-ทะเลสาบโคโม่-สนามบิน-ดูไบ (อิตาลี – ยูเออี)

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ปิอาซซ่า เดล ดูโอโม่ (Piazza Del Duomo) ซึ่งเป็นที่ตั้งของ มหาวิหารแห่งเมืองมิลาน หรือที่เรียกว่าดูโอโม่ (DUOMO)ชื่อนี้ไว้ใช้เรียกมหาวิหารประจำเมือง สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1386 แล้วเสร็จ 400 กว่าปีหลังจากนั้น ด้านนอกเป็นยอดแหลม 135 ยอด จึงมีชื่อเรียกว่า "มหาวิหารเม่น" มีรูปสลักหินอ่อนจากยุคต่างๆ ประดับอยู่กว่าสามพันรูป บนยอดของมหาวิหารมีรูปปั้นทองขนาด 4 เมตร ของพระแม่มาดอนน่า และบริเวณนั้นยังเป็นศูนย์กลางแหล่งชุมนุมของผู้คนมาทุกยุคสมัย อิสระให้ท่านได้ถ่ายรูปตามอัธยาศัยและช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนม ซึ่งมีจำหน่ายมากมายในบริเวณ กัลเลเรีย วิตโตรีโอ เอมานูเอล หรือจะเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองตามอัธยาศัย

เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองโคโม่ เป็นเมืองในแคว้นลอมบาร์เดีย ตั้งอยู่บริเวณพรมแดนกับประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โคโมเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในเทือกเขาแอลป์ ทิศเหนือของเมืองอยู่ติดกับทะเลสาบโคโม โคโมเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งหนึ่ง อิสระให้ท่านได้เดินเล่นบริเวณทะเลสาบโคโม (Lago di Como) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นทะเลสาบที่สวยงามที่สุดของอิตาลี ตั้งอยู่ใกล้กับเมืองโคโม ในแคว้นลอมบาร์เดีย ทางเหนือของประเทศอิตาลี บริเวณเชิงเทือกเขาแอลป์ ทะเลสาบโคโมล้อมรอบด้วยภูเขาสูงที่ยังมีป่าไม้เขียวชะอุ่ม หลายจุดบนชายฝั่งเป็นช่องเขาแคบและหน้าผาที่สวยงาม ทางเหนือของทะเลสาบคือเทือกเขาแอลป์ยาวเหยียดสุดสายตาเป็นกำแพงธรรมชาติที่สร้างฉากหลังอันงดงามอลังการให้กับดินแดนบริเวณนี้ เทือกเขาแอลป์นั้นมีหิมะปกคลุมอยู่ตลอดปี จึงทำให้สามารถเล่นสกีหิมะได้ตลอดเวลา นี่คือจุดดึงดูงให้ผู้คนจากทั่วโลกหลั่งไหลมาท่องเที่ยวพักผ่อนกันอย่างไม่ขาดสาย สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่สนามบิน

22.20 น. ออกเดินทางสู่เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยสายการบินเอมิเรตส์ แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ EK092

(บริการอาหารและ เครื่องดื่มบนเครื่องบิน)

วันที่เจ็ด ดูไบ-กรุงเทพฯ (ยูเออี-ไทย)

06.25 น. เดินทางถึงเมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แวะเปลี่ยนเครื่อง

09.40 น. ออกเดินทางสู่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบินเอมิเรตส์ แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ EK 372

(บริการอาหารและ เครื่องดื่มบนเครื่องบิน)

18.55 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ  โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ

บริษัททัวร์ในฝัน

• ข้อมูลท่องเที่ยว

• ผลงานที่ผ่านมา

• คำถามที่พบบ่อย

บริษัทดรีม เดสติเนชั่น ทัวร์

ติดตามเราบน Facebook

"ท่องเที่ยวจุดปลายฝันกับเรา

          ดรีม เดสติเนชั่น ทัวร์"

Tax ID : 0105556137438
Travel License : 11/07359

ที่ตั้ง : 799/8 ซอยลาดพร้าว 80 แขวง วังทองหลาง

          เขต วังทองหลาง กรุงเทพ 10310

          (หมู่บ้าน Space ลาดพร้าว เหม่งจ๋าย)

02-096-1557-59

ศูนย์บริการลูกค้า

Copyright © 2019 DREAM DESTINATIONS TOUR

พระราชวังโดลมาบาเช่ 1